Platform Terms
1. Introduction
2. Intellectual Property Rights
3. Data Use
4. Privacy Policy
5. Service Providers and Tech Providers
6. Data Security
7. Compliance Review Rights and Suspension and Termination of these Terms
8. Notice
9. Indemnification
10. International Transfers
11. General
12. Glossary
Last updated June 26, 2020
ข้อกำหนดแพลตฟอร์ม Facebook ฉบับใหม่ด้านล่างนี้และนโยบายผู้พัฒนาฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2020 โดยจะใช้แทนนโยบายแพลตฟอร์ม Facebook ฉบับเก่าและนโยบายแพลตฟอร์ม Instagram ฉบับเก่า รวมถึงข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับผลิตภัณฑ์แพลตฟอร์มในส่วนที่ขยาย และข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับผู้ให้บริการเทคโนโลยีฉบับแก้ไขก่อนหน้านี้ เรียนรู้เพิ่มเติม
ข้อกำหนดแพลตฟอร์ม Facebook
1. บทนำ
a. แพลตฟอร์มของเราคือชุด API, SDK, เครื่องมือ, ปลั๊กอิน, โค้ด, เทคโนโลยี, เนื้อหา และบริการต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้อื่น รวมถึงผู้พัฒนาแอพและผู้ดำเนินการเว็บไซต์สามารถพัฒนาฟังก์ชั่นการทำงาน ดึงข้อมูลจาก Facebook และผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook อื่นๆ หรือเพื่อมอบข้อมูลให้แก่เรา
b. เมื่อใช้แพลตฟอร์ม (และเมื่อประมวลผลข้อมูลใดๆ บนแพลตฟอร์ม) ถือว่าคุณยินยอมตามข้อกำหนดแพลตฟอร์ม (“ข้อกำหนด”) รวมถึงข้อกำหนดและนโยบายอื่นๆ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจรวมไปถึงข้อกำหนดในการใช้บริการของ Facebookข้อกำหนดในการใช้บริการของ Instagramข้อกำหนดทางการค้าของ Facebookข้อกำหนดเครื่องมือธุรกิจ และข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook ใดๆ ที่เกี่ยวข้อง
c. คุณต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่บังคับใช้ในนโยบายผู้พัฒนาของเรา และข้อกำหนดที่เผยแพร่อยู่ในเว็บไซต์ของผู้พัฒนา รวมถึงข้อกำหนดในเอกสารประกอบของเรา ทั้งหมดนี้เรียกรวมกันว่า “เอกสารสำหรับผู้พัฒนา”
d. ข้อกำหนดเหล่านี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่คุณยอมรับข้อกำหนดครั้งแรก หรือวันที่คุณเริ่มเข้าถึงหรือใช้แพลตฟอร์ม และจะมีผลไปจนกว่าคุณจะหยุดเข้าถึงและใช้แพลตฟอร์ม เว้นแต่ข้อกำหนดจะสิ้นสุดลงก่อนวันที่หยุดเข้าถึงและใช้แพลตฟอร์มตามที่ระบุด้านล่าง หากคุณยอมรับข้อกำหนดเหล่านี้ หรือหากคุณเข้าถึงหรือใช้แพลตฟอร์มในนามขององค์กร คุณรับรองและรับประกันว่าคุณมีอำนาจผูกมัดองค์กรนี้กับข้อกำหนดเหล่านี้ และคุณยินยอมที่จะผูกพันตามข้อกำหนดเหล่านี้ในนามขององค์กรดังกล่าว (เพื่อความชัดเจน การอ้างอิงถึง “คุณ” ทุกครั้งในข้อกำหนดเหล่านี้จะหมายถึงองค์กรดังกล่าว) เพื่อความชัดเจน ข้อกำหนดเหล่านี้เป็นข้อกำหนดฉบับปรับปรุงและจะมีผลบังคับใช้แทนนโยบายแพลตฟอร์ม Facebook และนโยบายแพลตฟอร์ม Instagram และการอ้างอิงถึง “นโยบายแพลตฟอร์ม Facebook” “นโยบายแพลตฟอร์ม Instagram” หรือ “นโยบายแพลตฟอร์ม” ในข้อกำหนดฉบับเดิม ขณะนี้จะหมายถึง “ข้อกำหนด”เหล่านี้
e. หากคุณไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้หรือข้อกำหนดหรือนโยบายอื่นใดที่บังคับใช้ เราอาจระงับหรือยุติแอพหรือบัญชีของคุณ ดังที่ได้ระบุไว้ด้านล่าง
f. คำจำกัดความของคำที่มีอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ที่ไม่ได้ระบุไว้ในที่นี้ (รวมถึงส่วนที่ 12 (“อภิธานศัพท์”) จะมีอยู่ในข้อกำหนดและนโยบายอื่นๆ ของเรา รวมถึงข้อกำหนดในการใช้บริการและข้อกำหนดทางการค้าของ Facebook ของเรา คำว่า “รวมถึง” นี้หมายความว่า “รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง”
2. สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
a. สิทธิ์การใช้งานที่เรามอบให้แก่คุณ ภายใต้การปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้และข้อกำหนดและนโยบายอื่นๆ ทั้งหมดที่บังคับใช้เรามอบสิทธิ์ที่จำกัด ไม่ผูกขาด และไม่สามารถให้สิทธิ์ต่อได้ (ยกเว้นแก่ผู้ให้บริการตามที่ระบุไว้ด้านล่าง) ไม่สามารถถ่ายโอนได้ ไม่สามารถโอนสิทธิ์ได้ให้แก่คุณในการใช้ เข้าถึง หรือผสานการทำงานกับแพลตฟอร์ม เฉพาะในขอบเขตที่อนุญาตในข้อกำหนดเหล่านี้และข้อกำหนดและนโยบายอื่นๆ ทั้งหมดที่บังคับใช้ คุณจะไม่ขาย ถ่ายโอน หรือให้สิทธิ์ผู้อื่นต่อในการใช้งานแพลตฟอร์ม เว้นแต่จะได้ให้สิทธิ์ไว้อย่างชัดแจ้งในที่นี้ คุณจะไม่ใช้ เข้าถึง ผสานการทำงาน ดัดแปลง แปล สร้างผลงานต่อยอด ทำวิศวกรรมย้อนกลับ หรือแสวงประโยชน์จากแพลตฟอร์มหรือองค์ประกอบใดๆ ของแพลตฟอร์ม บริษัทในเครือ Facebook ขอสงวนสิทธิ์ กรรมสิทธิ์ และผลประโยชน์ทุกประการ (รวมถึงสิทธิในการบังคับใช้สิทธิ์ดังกล่าวใดๆ) ที่ไม่ได้มอบให้ไว้อย่างชัดแจ้งในข้อกำหนดเหล่านี้
b. สิทธิ์การใช้งานที่คุณมอบให้แก่เรา
i. เนื้อหาของคุณ:
1. คุณให้สิทธิ์การใช้งานทั่วโลกแบบไม่ผูกขาด ถ่ายโอนได้ มอบสิทธิ์ต่อได้ และไม่มีค่าลิขสิทธิ์แก่เราในการโฮสต์ ใช้ เผยแพร่ ดัดแปลง ใช้งาน คัดลอก ดำเนินการหรือแสดงต่อสาธารณะ แปล และสร้างผลงานต่อยอดจากข้อมูล รายละเอียด และเนื้อหาอื่นใดที่จัดหาให้โดยคุณหรือในนามของคุณ (รวมถึงโดยผู้ให้บริการหรือผ่านแอพของคุณ) ร่วมกับการใช้แพลตฟอร์ม (เรียกรวมกันว่า “เนื้อหาของคุณ”) เพื่อวัตถุประสงค์ใดๆ ทางธุรกิจในการปฏิบัติงาน การจัดหา หรือการปรับปรุงแพลตฟอร์มหรือผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook อื่นใด สิทธิ์การใช้งานนี้จะยังมีผลบังคับใช้อยู่แม้ว่าคุณจะหยุดใช้แพลตฟอร์มแล้วก็ตาม สิทธิ์การใช้งานที่คุณมอบให้แก่เราโดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ ได้แก่ สิทธิ์ในการรวมเนื้อหาของคุณเข้ากับส่วนอื่นๆ ของผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook สิทธิ์ในการระบุที่มาของเนื้อหาของคุณโดยใช้ชื่อ เครื่องหมายการค้า หรือโลโก้ของคุณ สิทธิ์ในการใช้เนื้อหาของคุณเพื่อการส่งเสริมการขาย และสิทธิ์ในการวิเคราะห์เนื้อหาของคุณ (รวมถึงในการตรวจสอบว่าคุณจะปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้และข้อกำหนดและนโยบายอื่นๆ ทั้งหมดที่บังคับใช้)
2. หากคุณใช้เครื่องมือ Facebook Business เพื่อส่งข้อมูลเครื่องมือธุรกิจมาให้เรา การที่เราใช้ข้อมูลดังกล่าวจะได้รับการกำกับดูแลโดยข้อกำหนดเครื่องมือธุรกิจแทนสิทธิ์การใช้งานเนื้อหาของคุณข้างต้น
3. หากคุณเป็นเจ้าของเนื้อหาก่อนที่คุณจะมอบเนื้อหาของคุณให้กับเรา คุณจะยังเป็นเจ้าของเนื้อหานั้นต่อไปหลังจากที่ได้มอบเนื้อหาดังกล่าวให้เราตามสิทธิ์ใดๆ ที่ได้มอบให้ในข้อกำหนดเหล่านี้หรือข้อกำหนดหรือนโยบายอื่นใดที่บังคับใช้ และสิทธิ์การเข้าถึงใดๆ ที่คุณมอบให้ผู้อื่นโดยการแชร์เนื้อหาผ่านแพลตฟอร์ม
ii. แอพของคุณ:
1. คุณให้สิทธิ์การใช้งานทั่วโลกแบบไม่ผูกขาด ถ่ายโอนได้ มอบสิทธิ์ต่อได้ และไม่มีค่าลิขสิทธิ์แก่เราในการโฮสต์ ใช้ เผยแพร่ ดัดแปลง ใช้งาน คัดลอก ดำเนินการหรือแสดงต่อสาธารณะ แปล และสร้างผลงานต่อยอดจากแอพของคุณเพื่อวัตถุประสงค์ใดๆ ทางธุรกิจในการปฏิบัติงาน การจัดหา หรือการปรับปรุงแพลตฟอร์ม สิทธิ์การใช้งานนี้จะยังมีผลบังคับใช้อยู่แม้ว่าคุณจะหยุดใช้แพลตฟอร์มแล้วก็ตาม สิทธิ์การใช้งานดังกล่าวที่คุณมอบให้แก่เราโดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ ได้แก่ สิทธิ์ในการกำหนดหรือเชื่อมโยงกับแอพของคุณ สิทธิ์ในการวางเนื้อหา (รวมทั้งโฆษณา) รอบๆ แอพของคุณ และสิทธิ์ในการวิเคราะห์แอพของคุณ (รวมถึงการประเมินคุณเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้และข้อกำหนดและนโยบายอื่นๆ ทั้งหมดที่บังคับใช้)
2. สำหรับข้อตกลงระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเกี่ยวกับการใช้แพลตฟอร์ม เราไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือนโยบายใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับแอพของคุณหรือเนื้อหาของคุณ (แม้ว่าเราจะคลิกหรือแตะข้อตกลงก็ตาม) ข้อกำหนดและนโยบายเหล่านั้นจะถือว่าเป็นโมฆะและไม่มีผลบังคับใช้ และจะถูกปฏิเสธและยกเว้นจากข้อกำหนดเหล่านี้
3. ข้อกำหนดเหล่านี้ต้องไม่ถูกตีความว่าเป็นการรับรองหรือการตกลงว่าเราจะไม่พัฒนาหรือยังไม่พัฒนาแอพ ผลิตภัณฑ์ ฟีเจอร์ หรือบริการที่คล้ายกับแอพของคุณหรือที่แข่งขันกับแอพของคุณ
iii. ชื่อ เครื่องหมายการค้า และโลโก้ของคุณ: คุณให้สิทธิ์การใช้งานทั่วโลกแบบไม่ผูกขาด ถ่ายโอนได้ มอบสิทธิ์ต่อได้ และไม่มีค่าลิขสิทธิ์แก่เราในการใช้ชื่อ เครื่องหมายการค้า และโลโก้ของคุณเพื่อการเผยแพร่ การตลาด และการส่งเสริมการขาย ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook ของคุณ ในทุกรูปแบบและในสื่อต่างๆ สิทธิ์การใช้งานนี้จะยังมีผลบังคับใช้อยู่กับเนื้อหาและอินสแตนซ์ที่มีอยู่แม้ว่าคุณจะหยุดใช้แพลตฟอร์มแล้วก็ตาม
c. การคุ้มครองสิทธิ์ของผู้อื่น
i. คุณจะต้องไม่จัดทำหรือโปรโมทเนื้อหาในแอพของคุณที่ฝ่าฝืนหรือละเมิดสิทธิ์ของบุคคลใดหรือบุคคลที่สามใดๆ
ii. คุณจะขอรับ (และรับรองและรับประกันว่าคุณเป็นเจ้าของหรือได้ครอบครอง) สิทธิ์ทั้งหมดที่จำเป็นจากเจ้าของสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อ (1) มอบสิทธิ์การใช้งาน สิทธิ์ และสิทธิ์การอนุญาตในข้อกำหนดเหล่านี้ (รวมถึงข้อกำหนดในข้อ 2.b (“สิทธิ์การใช้งานที่คุณมอบให้แก่เรา”)); (2) แสดง เผยแพร่ และนำส่งข้อมูล รายละเอียด และเนื้อหาอื่นๆ ทั้งหมดในแอพของคุณ และ (3) จัดการดูแลแอพของคุณ ซึ่งรวมไปถึงการปฏิบัติตามพันธะในการให้สิทธิ์ การรายงาน และหน้าที่ในการชำระเงินให้แก่บุคคลที่สาม
iii. หากแอพของคุณมีเนื้อหาที่ผู้ใช้ของคุณหรือบุคคลที่สามอื่นๆ ส่งมาหรือจัดหาให้ คุณต้องมีข้อความแจ้งและขั้นตอนในการลบเนื้อหาออกอย่างเหมาะสม และต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่บังคับใช้ทั้งหมดเพื่อดำเนินการตามข้อความแจ้งการละเมิดที่กล่าวอ้าง ในสหรัฐอเมริกา คุณต้องปฏิบัติตามข้อบังคับที่บังคับใช้ทั้งหมดของรัฐบัญญัติลิขสิทธิ์แห่งสหัสวรรษดิจิทัลโดยต้องไม่เป็นการจำกัดการปฏิบัติตามดังกล่าว
3. การใช้ข้อมูล
a. การปฏิบัติที่ต้องห้าม คุณจะไม่กระทำการหรืออำนวยความสะดวก หรือสนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำการใดๆ ที่เป็นหลักปฏิบัติต้องห้ามต่อไปนี้ (เรียกรวมกันว่า “หลักปฏิบัติต้องห้าม”)
i. การประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มเพื่อเลือกปฏิบัติหรือส่งเสริมการเลือกปฏิบัติต่อผู้คนตามคุณลักษณะส่วนบุคคล เช่น เชื้อชาติ ชนชาติ สีผิว สัญชาติ ศาสนา อายุ เพศ รสนิยมทางเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ สถานะการสมรส ความพิการ ภาวะทางการแพทย์หรือทางพันธุกรรม หรือหมวดหมู่อื่นใดที่กฎหมาย ข้อบังคับ หรือนโยบายของ Facebook ที่บังคับใช้ห้ามไว้
ii. การประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มเพื่อตัดสินคุณสมบัติของผู้คนในการจัดหาที่อยู่อาศัย การจ้างงาน การประกัน การให้โอกาสทางการศึกษา การให้สินเชื่อ การให้สวัสดิการรัฐ หรือการพิจารณาสถานะผู้ลี้ภัย การ “ตัดสินคุณสมบัติ” นี้ เราหมายถึงการตัดสินว่าจะจัดหา ปฏิเสธ หรือตัดสิทธิประโยชน์ใดๆ (เช่น การจัดหาที่อยู่อาศัยหรือทุนการศึกษา) รวมถึงการพิจารณาข้อกำหนดในการจัดหา ปฏิเสธ หรือตัดสิทธิประโยชน์
iii. ประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มเพื่อการปฏิบัติงาน อำนวยความสะดวก หรือจัดหาเครื่องมือสำหรับการเฝ้าระวัง การเฝ้าระวังนี้รวมไปถึงการประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มที่เกี่ยวกับผู้คน กลุ่ม หรืองานกิจกรรมโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการบังคับใช้กฎหมายหรือเพื่อความมั่นคงของประเทศ
iv. การขาย การให้สิทธิ์ใช้งาน หรือการซื้อข้อมูลแพลตฟอร์ม
v. การวางข้อมูลแพลตฟอร์มหรือเผยแพร่ข้อมูลแพลตฟอร์มบนโปรแกรมค้นหาหรือไดเรกทอรีโดยไม่ได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดแจ้งจากเราล่วงหน้า
vi. การพยายามถอดรหัส หลีกเลี่ยง ระบุตัวตนย้อนกลับ เปิดเผยชื่อ จัดเรียง แปลรหัส หรือทำแฮชย้อนกลับ หรือวิศวกรรมย้อนกลับกับข้อมูลแพลตฟอร์มที่จัดหาให้แก่คุณ
vii. การเปลี่ยนฟังก์ชั่นการทำงานหลักหรือการประมวลผลข้อมูลเพื่อให้ผู้ใช้มองว่าเป็นแอพที่ไม่คุ้นเคยหรือเป็นแอพอื่น หรือเปลี่ยนขอบเขตการประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มที่เก็บรวบรวมมาก่อนนี้อย่างมีนัยสำคัญ เว้นแต่คุณจะส่งแอพของคุณอีกครั้งในแต่ละกรณีเพื่อรับการอนุมัติจากเราผ่านการตรวจสอบแอพก่อน
viii. การประมวลผลรายชื่อเพื่อนจาก Facebook เพื่อสร้างการเชื่อมต่อทางโซเชียลในแอพของคุณ เว้นแต่จะได้รับสิทธิ์ให้เข้าถึงข้อมูลนั้นจากผู้ใช้แต่ละรายเพื่อวัตถุประสงค์ในการเชื่อมต่อดังกล่าว
b. ข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับข้อมูลแพลตฟอร์มที่ถูกจำกัด
i. คุณจะไม่ขอข้อมูลแพลตฟอร์มที่ถูกจำกัด เว้นแต่จะมีความจำเป็นเพื่อการปรับปรุงคุณภาพอันเป็นประโยชน์ต่อประสบการณ์ของผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องในการใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ผู้ใช้ได้แชร์ข้อมูล
ii. คุณต้องชี้แจงให้ผู้ใช้ทราบอย่างชัดเจนถึงเหตุผลที่คุณขอข้อมูลแพลตฟอร์มที่ถูกจำกัดของผู้ใช้ในการปรับปรุงคุณภาพประสบการณ์ในการใช้งานของตน
iii. เพื่อความชัดเจน การประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มที่ถูกจำกัดของคุณต้องเป็นไปตามเอกสารสำหรับผู้พัฒนาที่เกี่ยวข้องหรือข้อบังคับอื่นๆ ของข้อกำหนดเหล่านี้ (รวมถึงหลักปฏิบัติต้องห้ามด้วย)
c. การแชร์ข้อมูลแพลตฟอร์ม คุณสามารถแชร์ข้อมูลแพลตฟอร์มตามข้อกำหนดเหล่านี้ (รวมถึงข้อ 3.a (“หลักปฏิบัติต้องห้าม”), ข้อ 3.b (“ข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับข้อมูลแพลตฟอร์มที่ถูกจำกัด”), ข้อ 4 (“นโยบายความเป็นส่วนตัว”) และข้อ 5 (“ผู้ให้บริการและผู้ให้บริการเทคโนโลยี”)) กฎหมายและข้อบังคับที่บังคับใช้ และข้อกำหนดและนโยบายอื่นๆ ทั้งหมดที่บังคับใช้ และเฉพาะในกรณีต่อไปนี้เท่านั้น
i. สำหรับข้อมูลแพลตฟอร์มที่เก็บรวบรวมในฐานะผู้ให้บริการเทคโนโลยี คุณต้องปฏิบัติตามคำอธิบายในข้อ 5.b ด้านล่าง (“ผู้ให้บริการเทคโนโลยี”)
ii. สำหรับข้อมูลแพลตฟอร์มที่ไม่ได้เก็บรวบรวมในฐานะผู้ให้บริการเทคโนโลยี
1. เมื่อกฎหมายหรือข้อบังคับที่บังคับใช้กำหนด (คุณต้องเก็บหลักฐานข้อกำหนดหรือคำขอตามกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และส่งมาให้เราหากเราร้องขอ)
2. ร่วมกับผู้ให้บริการของคุณ
3. เมื่อผู้ใช้สั่งให้คุณแชร์ข้อมูลกับบุคคลที่สามอย่างชัดแจ้ง (คุณต้องเก็บหลักฐานคำสั่งที่ชัดแจ้งของผู้ใช้ และส่งมาให้เราหากเราร้องขอ) หรือ
4. สำหรับการแชร์ข้อมูลแพลตฟอร์มที่ไม่ใช่ข้อมูลแพลตฟอร์มที่ถูกจำกัดกับบุคคลที่สามรายอื่นๆ โดยมีข้อกำหนดดังนี้
a. คุณต้องทำสัญญาที่ห้ามบุคคลที่สามรายอื่นใช้ข้อมูลแพลตฟอร์มในลักษณะที่อาจเป็นการละเมิดข้อกำหนดเหล่านี้หรือข้อกำหนดหรือนโยบายที่บังคับใช้อื่นใดก่อน (คุณต้องมีหลักฐานข้อห้ามตามสัญญา และส่งมาให้เราหากเราร้องขอ) และ
b. คุณต้องรับรองว่าบุคคลที่สามดังกล่าวจะปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้และข้อกำหนดหรือนโยบายอื่นๆ ทั้งหมดที่บังคับใช้เสมือนว่าบุคคลที่สามนั้นอยู่ในพื้นที่ของคุณและคุณต้องรับผิดชอบต่อการกระทำและการละเว้น รวมถึงการไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของบุคคลที่สามด้วย
d. การเก็บรักษา การลบ และการเข้าถึงข้อมูลแพลตฟอร์ม
i. เว้นแต่จะกำหนดให้เก็บข้อมูลแพลตฟอร์มไว้ภายใต้กฎหมายหรือข้อบังคับที่บังคับใช้ คุณต้อง (และต้องดำเนินการตามสมควรเพื่อรับรองว่าผู้ให้บริการจะ) ดำเนินการดังนี้
1. ดำเนินการตามสมควรเพื่อเก็บรักษาข้อมูลแพลตฟอร์มให้เป็นข้อมูลปัจจุบัน รวมถึงข้อมูลแพลตฟอร์มที่ถูกปรับเปลี่ยนหรือลบออกแล้ว คุณต้องอัพเดตข้อมูลแพลตฟอร์มทันทีหลังจากได้รับคำขอจากเราหรือผู้ใช้ให้อัพเดต คุณต้องมีวิธีให้ผู้ใช้ส่งคำขอปรับเปลี่ยนหรือลบข้อมูลของตนออกได้อย่างง่ายดายและมีการทำเครื่องหมายไว้อย่างชัดเจน
2. ลบข้อมูลแพลตฟอร์มทั้งหมดโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ตามสมควรในกรณีต่อไปนี้
a. เมื่อไม่จำเป็นต้องมีการเก็บรักษาข้อมูลแพลตฟอร์มเพื่อวัตถุประสงค์อันชอบธรรมของธุรกิจอีกต่อไป และมีความสอดคล้องกับข้อกำหนดเหล่านี้และข้อกำหนดและนโยบายอื่นๆ ทั้งหมดที่บังคับใช้
b. เมื่อคุณหยุดการดำเนินการผลิตภัณฑ์หรือบริการซึ่งได้เก็บข้อมูลแพลตฟอร์ม
c. เมื่อเราขอให้คุณลบข้อมูลแพลตฟอร์มเพื่อปกป้องผู้ใช้ (ซึ่งเราจะพิจารณาตามดุลพินิจของเราแต่เพียงผู้เดียว)
d. เมื่อผู้ใช้ขอให้คุณลบข้อมูลแพลตฟอร์มของตนหรือผู้ใช้ไม่ได้มีบัญชีกับคุณอีกต่อไป (เว้นแต่จะมีการรวมข้อมูลแพลตฟอร์ม ปิดบัง หรือไม่ระบุตัวตนเพื่อไม่ให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับผู้ใช้ เบราว์เซอร์ หรืออุปกรณ์ใดได้) หรือเมื่อผู้ใช้หรือลูกค้าขอให้ผู้ให้บริการเทคโนโลยีลบข้อมูลแพลตฟอร์มของตน หรือเมื่อลูกค้าไม่ได้มีบัญชีกับคุณอีกต่อไป
e. เมื่อกฎหมายหรือข้อบังคับที่บังคับใช้กำหนด หรือ
f. ตามที่กำหนดไว้ในส่วนที่ 7 (“สิทธิ์ในการตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนด และการระงับและการยุติข้อกำหนดเหล่านี้”)
ii. หากกฎหมายหรือข้อบังคับที่บังคับใช้กำหนดให้คุณต้องเก็บรักษาข้อมูลแพลตฟอร์ม คุณต้องเก็บหลักฐานข้อกำหนดหรือคำขอตามกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องและส่งมาให้เราหากเราร้องขอ
iii. หากคุณได้รับข้อมูลแพลตฟอร์มด้วยความผิดพลาด คุณต้องรายงานให้เราทราบทันที ลบข้อมูลแพลตฟอร์มนั้นออก และแสดงหลักฐานการลบหากเราร้องขอ
e. ข้อยกเว้นของข้อจำกัด ข้อกำหนดข้างต้นของส่วนนี้ (ข้อ 3.a-d) ไม่บังคับใช้กับข้อมูลแพลตฟอร์มบางประเภทซึ่งได้อธิบายไว้ที่นี่
4. นโยบายความเป็นส่วนตัว
a. หากคุณใช้แพลตฟอร์มเพื่อประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์ม คุณจะต้องเสนอให้และปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวที่เผยแพร่ต่อสาธารณะและสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย
b. นโยบายนี้ต้องเป็นไปตามกฎหมายหรือข้อบังคับที่บังคับใช้ และต้องอธิบายอย่างถูกต้องและชัดเจนถึงข้อมูลที่คุณกำลังประมวลผล วิธีประมวลผล วัตถุประสงค์ของการประมวลผล และวิธีที่ผู้ใช้สามารถส่งคำขอให้ลบข้อมูลนั้น
c. คุณสามารถประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มได้ตามที่อธิบายไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวของคุณอย่างชัดเจน และตามกฎหมายหรือข้อบังคับที่บังคับใช้ ข้อกำหนดเหล่านี้ และข้อกำหนดและนโยบายอื่นๆ ทั้งหมดที่บังคับใช้เท่านั้น
d. นโยบายความเป็นส่วนตัวของคุณจะไม่มีผลบังคับใช้แทน ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลง หรือไม่ได้ขัดแย้งกับข้อกำหนดเหล่านี้หรือข้อกำหนดหรือนโยบายอื่นใดที่บังคับใช้
e. คุณต้องเก็บรักษานโยบายความเป็นส่วนตัวทั้งหมดของคุณที่มีผลบังคับใช้อยู่บนแพลตฟอร์ม และส่งนโยบายให้เราหากเราร้องขอ
f. คุณจะรักษาให้ลิงก์นโยบายความเป็นส่วนตัวของคุณที่อยู่ในช่องนโยบายความเป็นส่วนตัวในหมวดการตั้งค่าบนของ “แดชบอร์ดของแอพ” ให้เป็นสาธารณะ รวมทั้งใน App Store ใดๆ ที่อนุญาตให้คุณใส่ลิงก์ได้ (ถ้ามี) และตรวจสอบว่าลิงก์เป็นข้อมูลปัจจุบัน
5. ผู้ให้บริการและผู้ให้บริการเทคโนโลยี
a. ผู้ให้บริการ
i. คุณจะไม่ใช้ผู้ให้บริการร่วมกับการใช้แพลตฟอร์มของคุณหรือการประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์ม เว้นแต่ผู้ให้บริการดังกล่าวจะยินยอมดำเนินการต่อไปนี้เป็นลายลักษณ์อักษร
1. ใช้แพลตฟอร์มและประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มสำหรับคุณและตามคำสั่งของคุณเท่านั้นเพื่อให้การให้บริการที่คุณได้ร้องขอเป็นไปในลักษณะที่สอดคล้องกับข้อกำหนดเหล่านี้ ข้อกำหนดและนโยบายอื่นๆ ทั้งหมดที่บังคับใช้ และนโยบายความเป็นส่วนตัวของคุณ ไม่ใช่เพื่อบุคคลหรือองค์กรอื่นและเพื่อวัตถุประสงค์อื่นรวมถึงวัตถุประสงค์ของผู้ให้บริการเอง และ
2. ในกรณีที่ผู้ให้บริการว่าจ้างผู้ให้บริการรายอื่น (“ผู้ให้บริการช่วง”) เพื่อให้บริการตามที่ร้องขอ ตรวจสอบว่าผู้ให้บริการได้กำหนดให้ผู้ให้บริการช่วงทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดข้างต้น
ii. คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการและผู้ให้บริการช่วงใดๆ ปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้และข้อกำหนดและนโยบายที่บังคับใช้อื่นๆ ทั้งหมดที่บังคับใช้เสมือนว่าบุคคลที่สามนั้นอยู่ในพื้นที่ของคุณและคุณต้องรับผิดชอบต่อการกระทำและการละเว้น รวมถึงการไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของบุคคลที่สามด้วย
iii. เมื่อคุณหยุดใช้ผู้ให้บริการหรือผู้ให้บริการช่วง คุณต้องตรวจสอบว่าผู้ให้บริการดังกล่าวหยุดใช้แพลตฟอร์มและการประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มทันที และลบข้อมูลแพลตฟอร์มทั้งหมดที่มีอยู่ในความครอบครองและความควบคุมของตนออกทันที
iv. คุณต้องแสดงรายชื่อผู้ให้บริการและผู้ให้บริการช่วงของคุณ รวมถึงข้อมูลติดต่อปัจจุบันของผู้ให้บริการแต่ละราย ประเภทและปริมาณข้อมูลแพลตฟอร์มที่แชร์ และหลักฐานข้อตกลงกับผู้ให้บริการของคุณเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อแสดงถึงการปฏิบัติตามส่วนนี้ เมื่อเราร้องขอ
v. เราอาจห้ามไม่ให้คุณใช้ผู้ให้บริการหรือผู้ให้บริการช่วงร่วมกับการใช้แพลตฟอร์มหรือการประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มหากเราเชื่อว่า (1) ผู้ให้บริการหรือผู้ให้บริการช่วงดังกล่าวละเมิดข้อกำหนดเหล่านี้หรือข้อกำหนดหรือนโยบายอื่นๆ ที่บังคับใช้ หรือ (2) ผู้ให้บริการหรือผู้ให้บริการช่วงดังกล่าวส่งผลในเชิงลบต่อแพลตฟอร์ม, ผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook อื่นๆ, ข้อมูลแพลตฟอร์ม หรือผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook และจะแจ้งให้คุณทราบหากเราดำเนินการดังกล่าว เมื่อได้รับแจ้งแล้ว คุณต้องหยุดใช้ผู้ให้บริการหรือผู้ให้บริการช่วงดังกล่าวร่วมกับการใช้แพลตฟอร์มหรือการประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มทันที
vi. เราอาจขอให้ผู้ให้บริการหรือผู้ให้บริการช่วงของคุณยอมรับข้อกำหนดเหล่านี้หรือข้อกำหนดหรือนโยบายอื่นๆ ที่บังคับใช้ในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook, แพลตฟอร์ม หรือข้อมูลแพลตฟอร์ม
b. ผู้ให้บริการเทคโนโลยี
i. หากคุณเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยี คุณต้องปฏิบัติตามข้อบังคับอื่นๆ ของข้อกำหนดเหล่านี้ รวมทั้งข้อกำหนดในส่วนนี้ที่เกี่ยวกับการใช้แพลตฟอร์มและการประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มของคุณในฐานะผู้ให้บริการเทคโนโลยี หากข้อกำหนดมีความขัดแย้งกัน ข้อกำหนดที่มีความเข้มงวดกับคุณมากกว่าหรือมีการคุ้มครองเรามากกว่าจะมีผลบังคับใช้
ii. คุณในฐานะผู้ให้บริการเทคโนโลยี เข้าใจและยินยอมตามข้อกำหนดต่อไปนี้
1. คุณจะใช้แพลตฟอร์มและประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มในนามของลูกค้าและตามคำสั่งของลูกค้าที่ให้คุณเข้าถึงแพลตฟอร์มในนามของลูกค้าเพื่อช่วยลูกค้าคนดังกล่าวใช้แพลตฟอร์มหรือประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มตามข้อกำหนดเหล่านี้และข้อกำหนดและนโยบายอื่นๆ ทั้งหมดที่บังคับใช้ (“วัตถุประสงค์ของลูกค้า”) ไม่ใช่เพื่อวัตถุประสงค์ของตัวเองหรือของลูกค้าหรือองค์กรอื่น (เช่น คุณจะไม่ประมวลผลข้อมูลเพื่อสร้างหรือปรับแต่งโปรไฟล์ของผู้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ของคุณเองหรือของลูกค้าคนอื่น)
2. คุณจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลแพลตฟอร์มที่คุณดูแลในนามของลูกค้านั้นได้รับการดูแลแยกต่างหากจากข้อมูลของลูกค้าคนอื่นๆ
3. คุณจะเก็บรักษาให้รายชื่อลูกค้าและข้อมูลติดต่อเป็นข้อมูลปัจจุบัน และจะส่งมาให้เราหากเราร้องขอ
4. คุณจะแชร์ข้อมูลแพลตฟอร์มตามข้อกำหนดเหล่านี้ (รวมถึงข้อ 3a (“หลักปฏิบัติต้องห้าม”), ข้อ 3b (“ข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับข้อมูลแพลตฟอร์มที่ถูกจำกัด”) และข้อ 5a (“ผู้ให้บริการ”)) กฎหมายและข้อบังคับที่บังคับใช้ และข้อกำหนดและนโยบายอื่นๆ ทั้งหมดที่บังคับใช้ และเฉพาะในกรณีต่อไปนี้เท่านั้น
a. กับลูกค้าที่เกี่ยวข้องของคุณ ตราบใดที่คุณได้ทำสัญญาห้ามลูกค้าคนดังกล่าวประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มในลักษณะที่อาจเป็นการละเมิดข้อกำหนดเหล่านี้หรือข้อกำหนดหรือนโยบายที่บังคับใช้อื่นใดก่อน
b. ในขอบเขตที่กฎหมายหรือข้อบังคับที่บังคับใช้กำหนด (คุณต้องเก็บหลักฐานข้อกำหนดหรือคำขอตามกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องและส่งมาให้เราหากเราร้องขอ)
c. กับผู้ให้บริการเพื่อวัตถุประสงค์ของลูกค้าที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตที่จำเป็นเท่านั้น หรือ
d. กับผู้ให้บริการของลูกค้าของคุณเพื่อวัตถุประสงค์ของลูกค้าตามขอบเขตที่จำเป็นเท่านั้น และเมื่อลูกค้าคนดังกล่าวสั่งให้คุณแชร์ข้อมูลกับผู้ให้บริการดังกล่าวอย่างชัดแจ้ง (คุณต้องเก็บหลักฐานคำสั่งที่ชัดแจ้งของลูกค้าและส่งมาให้เราหากเราร้องขอ)
5. เราอาจขอให้ลูกค้าของคุณยอมรับข้อกำหนดเหล่านี้หรือข้อกำหนดหรือนโยบายอื่นๆ ที่บังคับใช้ในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook, แพลตฟอร์ม หรือข้อมูลแพลตฟอร์มผ่านแอพของคุณ
6. คุณจะยุติการใช้งานของลูกค้าบนผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook ของเรา แพลตฟอร์ม หรือข้อมูลแพลตฟอร์มผ่านแอพของคุณหากเราร้องขอ เนื่องจากเราเชื่อว่าลูกค้า (a) ได้ละเมิดข้อกำหนดเหล่านี้หรือข้อกำหนดหรือนโยบายอื่นๆ ที่บังคับใช้ หรือ (b) ส่งผลในเชิงลบต่อแพลตฟอร์ม, ผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook อื่นๆ, ข้อมูลแพลตฟอร์ม หรือผู้ที่ใช้งานผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook
6. การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
a. ข้อกำหนดในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
i. คุณต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยในการจัดการ การรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ และการรักษาความปลอดภัยเชิงเทคนิคอยู่เสมอโดยต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดต่อไปนี้
1. มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานหรือเกินมาตรฐานอุตสาหกรรมเนื่องจากความละเอียดอ่อนของข้อมูลแพลตฟอร์ม
2. ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่บังคับใช้ รวมถึง กฎหมาย กฎ และข้อบังคับในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัว
3. ได้รับการออกแบบมาเพื่อป้องกันการใดๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาต (รวมถึงการละเมิดข้อกำหนดเหล่านี้หรือข้อกำหนดหรือนโยบายอื่นๆ ที่บังคับใช้) การประมวลผล (รวมถึงเพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัย การเข้าถึง การทำลาย การสูญเสีย การเปลี่ยนแปลง การเปิดเผย การแจกจ่าย หรือ การประนีประนอม) ของข้อมูลแพลตฟอร์ม
ii. คุณต้องมีวิธีทางสาธารณะให้ผู้คนสามารถรายงานช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในแอพของคุณได้ และคุณต้องจัดการกับความบกพร่องที่ระบุนั้นทันที
iii. คุณต้องไม่ขอ เก็บ จัดเก็บ แคช ใช้พร็อกซี หรือใช้ข้อมูลประจำตัวการเข้าสู่ระบบ Facebook หรือ Instagram ของผู้ใช้คนอื่น
iv. คุณต้องไม่ถ่ายโอนหรือแชร์ ID ผู้ใช้ หรือโทเค็นการเข้าถึงและรหัสลับของคุณ เว้นแต่จะแชร์กับผู้ให้บริการที่ช่วยคุณสร้าง เรียกใช้ หรือจัดการดูแลแอพของคุณ
b. การรายงานเหตุการณ์
i. หากเหตุการณ์ใดๆ ต่อไปนี้เกิดขึ้น คุณต้องแจ้งให้เราทราบทันทีภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากทราบเหตุการณ์ และส่งข้อมูลที่เราขอเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่อไปนี้
1. การใดๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาต (รวมถึงการละเมิดข้อกำหนดเหล่านี้หรือข้อกำหนดหรือนโยบายอื่นๆ ที่บังคับใช้) การประมวลผล (รวมถึงเพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัย การเข้าถึง การทำลาย การสูญเสีย การเปลี่ยนแปลง การเปิดเผย การแจกจ่าย หรือ การประนีประนอม) ของข้อมูลแพลตฟอร์มหรือ
2. เหตุการณ์ใดๆ ที่มีแนวโน้มอย่างสมเหตุสมผลที่จะทำให้การรักษาความปลอดภัย การรักษาความลับ หรือความถูกต้องสมบูรณ์ของระบบ IT ของคุณ หรือระบบ IT ของผู้ให้บริการหรือผู้ให้บริการช่วงของคุณเกิดอันตราย
ii. คุณต้องเริ่มแก้ไขเหตุการณ์ในทันทีและให้ความร่วมมือกับเราอย่างสมเหตุสมผล รวมถึงแจ้งรายละเอียดที่เหมาะสมให้เราทราบถึงผลกระทบของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับข้อมูลแพลตฟอร์ม รวมถึงการแก้ไขที่กำลังดำเนินการ และแจ้งให้เราทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับการปฏิบัติตามการแจ้งเตือนหรือข้อกำหนดอื่นใดภายใต้กฎหมายและข้อบังคับที่บังคับใช้
7. สิทธิ์ในการตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนด และการระงับและการยุติข้อกำหนดเหล่านี้
a. การตรวจสอบแอพ เราอาจกำหนดให้คุณส่งแอพของคุณให้เราตรวจสอบหรืออนุมัติ (“การตรวจสอบแอพ”) ไม่ว่าแอพของคุณ (รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลแพลตฟอร์มของแอพ) จะได้รับการอนุมัติหรือไม่ก็ตาม (ตามดุลพินิจของเราแต่เพียงผู้เดียว) คุณจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าแอพของคุณเป็นไปตามข้อกำหนดเหล่านี้และข้อกำหนดและนโยบายอื่นๆ ทั้งหมดที่บังคับใช้ และเราอาจตรวจสอบแอพของคุณเป็นระยะว่าแอพของคุณได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านั้นตามดุลพินิจของเราแต่เพียงผู้เดียว คุณจะให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบของเรา และจะให้ข้อมูลใดๆ ที่เราร้องขอ เราอาจยืนยันข้อมูลที่คุณให้กับเราระหว่างการตรวจสอบใดๆ ดังกล่าว หรือข้อมูลที่คุณให้ไว้ในแดชบอร์ดของแอพ ซึ่งคุณจะอัพเดตข้อมูลดังกล่าวให้ถูกต้องสมบูรณ์
b. การเฝ้าสังเกตเป็นประจำ เรา หรือเจ้าหน้าที่บุคคลที่สามที่ทำงานตามคำสั่งของเรา (รวมถึงผู้ตรวจสอบ ทนายความ ที่ปรึกษา และ/หรือนักวิเคราะห์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์) (รวมกันเรียกว่า “ผู้ตรวจสอบบุคคลที่สาม”) อาจทำการเฝ้าสังเกตแอพของคุณและการเข้าถึงแพลตฟอร์มและการประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มของแอพโดยใช้มาตรการเชิงเทคนิคและเชิงปฏิบัติการอย่างสมํ่าเสมอ
c. สิทธิ์ในการตรวจสอบ
i. เราหรือผู้ตรวจสอบบุคคลที่สามอาจทำการตรวจสอบไม่เกินหนึ่งครั้งต่อปีตามปฏิทิน เว้นแต่จะมี “เงื่อนไขที่จำเป็น” เพื่อให้แน่ใจว่าการประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มของคุณและของแอพของคุณเป็นไปตามข้อกำหนดเหล่านี้และข้อกำหนดและนโยบายอื่นๆ ทั้งหมดที่บังคับใช้
ii. การตรวจสอบจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาทำการตามปกติหลังจากส่งข้อความแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร (อีเมลก็เพียงพอ) ถึงคุณแล้วอย่างน้อย 10 วันทำการ เว้นแต่เราจะพิจารณาตามดุลพินิจของเราแต่เพียงผู้เดียวตาม “เงื่อนไขที่จำเป็น” ว่าต้องมีการเข้าถึงทันที
iii. คุณจะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ รวมถึงโดยการ (1) ให้สิทธิ์การเข้าถึงทางกายภาพและระยะไกลที่จำเป็นทั้งหมดไปยังระบบ IT และบันทึกของคุณ และ (2) ให้ข้อมูลและความช่วยเหลือตามคำขออย่างสมเหตุสมผล (รวมถึงการเตรียมบุคลากรผู้มีความรู้เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มของคุณและของแอพของคุณให้พร้อมตอบคำถามของเรา)
iv. คุณจะใช้ความพยายามทางการค้าอย่างสมเหตุสมผลในการขอสิทธิ์การอนุญาตและความร่วมมือจากผู้ให้บริการของคุณเพื่อให้เราทำการตรวจสอบระบบ IT, บันทึก และบุคคลากรของตนที่เกี่ยวข้อง
v. คุณจะแก้ไขปรับปรุงการตรวจสอบที่พบว่ามีการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะสามาระกระทำได้ (โดยเราจะพิจารณาตามข้อเท็จจริงและสถานการณ์) หลังจากนั้น เราอาจทำการตรวจสอบติดตามผลเพื่อให้แน่ใจว่าได้มีการปรับปรุงแก้ไขที่เหมาะสมในกรณีการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด
vi. หากการตรวจสอบพบว่าคุณหรือผู้ให้บริการของคุณไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด คุณจะชดใช้ค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการตรวจสอบและการตรวจสอบติดตามผลที่เกี่ยวข้องใดๆ อย่างสมเหตุสมผลให้แก่เรา
vii. หลังจากข้อกำหนดเหล่านี้สิ้นสุดลงแล้ว สิทธิ์ในการตรวจสอบของเราในส่วนนี้จะมีผลเป็นเวลา 1 ปีหลังจาก วันที่คุณแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคุณได้หยุดประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์ม และองค์ประกอบทั้งหมดในข้อมูลที่อยู่ในความครอบครองหรือความควบคุมของคุณถูกลบออกทั้งหมดแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัยใดๆ ข้อกำหนดในส่วนนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิ์หรือการแก้ไขความเสียหายอื่นใดที่เราอาจมีตามกฎหมาย ในกรรมสิทธิ์ หรือภายใต้ข้อกำหนดเหล่านี้หรือข้อกำหนดหรือนโยบายอื่นๆ ที่บังคับใช้
d. การรับรอง เราอาจขอ (เป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านแดชบอร์ดของแอพ แพลตฟอร์ม หรือผลิตภัณฑ์ Facebook ใดๆ) ข้อมูล การรับรอง และหลักฐานเกี่ยวกับการใช้แพลตฟอร์มหรือการประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มของคุณเป็นครั้งคราว ซึ่งคุณจะส่งให้เราทางแบบฟอร์มตามช่วงเวลาที่ขอไป ซึ่งอาจรวมถึงการรับรอง (i) ว่าคุณปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้และข้อกำหนดและนโยบายอื่นๆ ทั้งหมดที่บังคับใช้ และ (ii) วัตถุประสงค์หรือการใช้ข้อมูลแพลตฟอร์มที่คุณร้องขอหรือมีสิทธิ์เข้าถึง และวัตถุประสงค์ดังกล่าวแต่ละข้อหรือการใช้นั้นเป็นไปตามข้อกำหนดเหล่านี้และข้อกำหนดและนโยบายอื่นๆ ทั้งหมดที่บังคับใช้ ตัวแทนที่ได้รับอนุญาตของคุณต้องแสดงการรับรองและหลักฐานดังกล่าวทั้งหมด
e. การระงับและการยุติ
i. เราอาจดำเนินการบังคับใช้นโยบายกับคุณและแอพของคุณหากเราเชื่อตามดุลพินิจของเราแต่เพียงผู้เดียวว่า
1. คุณไม่ได้ตอบกลับคำขอของเราเกี่ยวกับการเฝ้าสังเกตหรือตรวจสอบอย่างทันเวลา
2. คุณหรือแอพของคุณได้ละเมิดหรืออาจละเมิดข้อกำหนดเหล่านี้หรือข้อกำหนดหรือนโยบายอื่นๆ ที่บังคับใช้ หรือส่งผลในเชิงลบต่อแพลตฟอร์ม, ผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook อื่นๆ, ข้อมูลแพลตฟอร์ม หรือผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook
3. เรามีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อบังคับที่บังคับใช้หรือได้รับคำสั่งจากศาลหรือหน่วยงานของรัฐ หรือ
4. เรามีความจำเป็นเพื่อปกป้องบริษัทในเครือ Facebook จากความรับผิดทางกฎหมายหรือตามกฎระเบียบ
ii. เราอาจดำเนินการบังคับใช้นโยบายได้ทุกเมื่อ รวมถึงในขณะที่เราทำการสอบสวนแอพของคุณโดยอาจแจ้งหรือไม่แจ้งให้คุณทราบ การบังคับใช้อาจเป็นไปโดยอัตโนมัติหรือเราอาจดำเนินการเอง ซึ่งอาจรวมไปถึงการระงับหรือการลบแอพของคุณออก การตัดสิทธิ์คุณและแอพของคุณในการเข้าถึงแพลตฟอร์ม การสั่งให้คุณหยุดประมวลผลและลบข้อมูลแพลตฟอร์ม การยุติข้อตกลงที่เรามีกับคุณ หรือการดำเนินการอื่นใดที่เราพิจารณาว่ามีความเหมาะสม รวมถึงการยุติข้อตกลงอื่นๆ ที่ทำไว้กับคุณ หรือยุติความสามารถของคุณในการใช้ผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook
iii. เราอาจระงับหรือตัดสิทธิ์แอพของคุณในการเข้าถึง API สิทธิ์การอนุญาต หรือฟีเจอร์ใดๆ ของแพลตฟอร์มที่แอพของคุณไม่ได้ใช้งานหรือไม่ได้เข้าถึงมาเป็นระยะเวลา 90 วัน โดยอาจแจ้งหรือไม่แจ้งให้คุณทราบ
8. การประกาศแจ้ง
หลังจากที่คุณยินยอมตามข้อกำหนดเหล่านี้ เราอาจจัดส่งคำขอหรือการสื่อสารใดๆ เป็นลายลักษณ์อักษรให้คุณทางอีเมลหรือทางไปรษณีย์ (เช่น ไปยังที่อยู่อีเมลหรือที่อยู่ทางไปรษณีย์ในบัญชีที่แอพของคุณมีกับเรา) หรือผ่านทางการแจ้งเตือนภายในผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook (เช่น ในบัญชีที่คุณมีกับเรา) คุณจะรักษาให้ข้อมูลติดต่อของคุณเป็นข้อมูลปัจจุบัน รวมถึงชื่อ ชื่อธุรกิจ และอีเมล
9. การชดใช้ค่าเสียหาย
นอกเหนือจากขอบเขตของส่วน “การชดใช้ค่าเสียหาย” และโดยไม่ได้เป็นการจำกัดขอบเขตดังกล่าวในข้อกำหนดทางการค้าของ Facebook ของเรา หากมีผู้ยื่นข้อร้องเรียน มูลฟ้อง หรือข้อโต้แย้งต่อบริษัทในเครือ Facebook เกี่ยวกับการใช้แพลตฟอร์มของคุณ การประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มของคุณ เนื้อหาของคุณ หรือแอพของคุณ ชื่อหรือโลโก้ ผลิตภัณฑ์หรือบริการ หรือการดำเนินการที่เกี่ยวกับแพลตฟอร์ม คุณจะต้องชดใช้ค่าเสียหายและไม่เอาผิดกับ บริษัทในเครือ Facebook ต่อค่าเสียหาย ความสูญเสีย และค่าใช้จ่ายใดๆ (รวมถึงค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทางกฎหมายที่สมเหตุสมผล) ที่เกี่ยวกับข้อร้องเรียน มูลฟ้อง หรือข้อโต้แย้งใดๆ ดังกล่าว
10. การถ่ายโอนข้อมูลระหว่างประเทศ
ส่วนนี้จะมีผลบังคับใช้ในขอบเขตที่การประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มนั้นประกอบไปด้วยข้อมูลส่วนบุคคลที่ควบคุมโดย Facebook Ireland Limited (“ข้อมูล Facebook Ireland”) และการถ่ายโอนข้อมูล Facebook Ireland ใดๆ ไปยังอาณาเขตนอกเขตเศรษฐกิจยุโรปที่ไม่มีการพิจารณามาตรฐานคุ้มครองที่เพียงพอตามมาตรา 25(6) ของระเบียบ 95/46/EC (เรียกแต่ละกรณีว่า “การถ่ายโอนข้อมูล EEA”) คุณจะปฏิบัติตามข้อกำหนดต่อไปนี้ในกรณีเหล่านี้
a. หากคุณใช้การคุ้มครองความเป็นส่วนตัวระดับสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ (“การคุ้มครองความเป็นส่วนตัว”) และได้รับการรับรองภายใต้การคุ้มครองความเป็นส่วนตัวเพื่อรับข้อมูลในหมวดหมู่ที่ประกอบไปด้วยข้อมูล Facebook Ireland คุณจะปฏิบัติตามหลักการการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว หากการรับรองการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวไม่ได้ครอบคลุมไปถึงการถ่ายโอนข้อมูล EEA หรือคุณไม่สามารถปฏิบัติตามหลักการการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวได้ (หรือในกรณีที่การรับรองการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการถ่ายโอนข้อมูล EEA สิ้นสุดลง) คุณจะแจ้งให้เราทราบ หยุดการเข้าถึงและการใช้แพลตฟอร์ม และหยุดการประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์ม และจะดำเนินการที่เหมาะสมตามสมควรในการแก้ไขการไม่ปฏิบัติตามหลักการนี้ทันที หรือ
b. หากการถ่ายโอนข้อมูล ไม่รวมอยู่ภายใต้ การคุ้มครองความเป็นส่วนตัว การใช้ข้อมูล Facebook Ireland ของคุณต้องเป็นไปตามวรรคข้อกำหนด ในกรณีเหล่านี้ Facebook Ireland Limited คือ “ผู้ส่งออกข้อมูล” และคุณคือ “ผู้นำเข้าข้อมูล” ตามที่ระบุไว้ในข้อสัญญา และคุณจะเลือกตัวเลือก (iii) ของข้อสัญญาที่ II(h) และยินยอมตามหลักการประมวลผลข้อมูลของภาคผนวก A ของข้อสัญญา ข้อกำหนดต่อไปนี้จะมีผลบังคับใช้กับภาคผนวก B ของข้อสัญญา
i. “เจ้าของข้อมูล” คือผู้ที่เยี่ยมชม เข้าถึง ใช้ หรือโต้ตอบกับแอพและผลิตภัณฑ์และบริการของ Facebook Ireland Limited
ii. “วัตถุประสงค์ของการถ่ายโอน” คือการจัดหาแอพและผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ โดยคุณให้แก่ผู้ใช้ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัวที่บังคับใช้ของคุณและ/หรือลูกค้าของคุณ
iii. “หมวดหมู่ข้อมูล” คือข้อมูล Facebook Ireland ซึ่งจะประกอบไปด้วยข้อมูลโปรไฟล์, รูปภาพและวิดีโอ, ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง, การสื่อสารระหว่างผู้ใช้, ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานแอพและผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ, ข้อมูลการชำระเงิน, ข้อมูลอุปกรณ์, ข้อมูลเกี่ยวกับการเยี่ยมชมเว็บไซต์หรือแอพของบุคคลที่สามที่ใช้ปุ่ม “ถูกใจ” หรือ “แสดงความคิดเห็น” หรือการผสานการทำงานกับบริการอื่นๆ ข้อมูลจากพาร์ทเนอร์บุคคลที่สาม หรือบริษัทในเครือ Facebook หรือตามที่ได้ระบุไว้ในนโยบายข้อมูล
iv. “ผู้รับ” คือคุณและผู้ใช้แอพและผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ ของคุณ
v. “ข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน” คือข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติหรือชาติพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อทางศาสนาหรือปรัชญา การเป็นสมาชิกสหภาพการค้า ข้อมูลทางพันธุกรรม ข้อมูลทางชีวภาพของบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ในการระบุตัวบุคคลธรรมดาที่ไม่ซ้ำกัน ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ หรือข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตเรื่องเพศหรือรสนิยมทางเพศ การพิพากษาลงโทษทางอาชญากรรม หรือการกระทำผิดกฎหมายที่บุคคลธรรมดาถูกกล่าวหา และ
vi. “ช่องทางการติดต่อสำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูล” คือตัวแทนของ Facebook Ireland Limited และของคุณโดยมีความรับผิดชอบเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
11. ทั่วไป
a. ตามข้อกำหนดในการใช้บริการของเรา คุณจะไม่โอนสิทธิ์หรือข้อผูกพันใดๆ ของคุณภายใต้ข้อกำหนดเหล่านี้ให้แก่ผู้อื่นโดยที่ไม่ได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเรา การโอนสิทธิ์นี้รวมไปถึง การมอบหมาย การเข้าซื้อกิจการ การควบรวมกิจการ การเปลี่ยนอำนาจควบคุม หรือการโอนสิทธิ์ในรูปแบบอื่นๆ การโอนสิทธิ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตจะถือเป็นโมฆะและไม่มีผลบังคับใช้ สำหรับการโอนสิทธิ์ใดๆ ที่ได้รับอนุญาต คุณสามารถประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มได้ต่อไปสำหรับแอพของคุณเท่านั้นตามข้อกำหนดเหล่านี้ และสามารถทำได้หลังจากคุณได้ส่งแอพของคุณอีกครั้งและเมื่อได้รับการอนุมัติจากเราผ่านกระบวนการตรวจสอบแอพแล้วเท่านั้น
b. นอกจากนี้ คุณยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อบังคับทั้งหมดที่บังคับใช้ (รวมถึงรัฐบัญญัติคุ้มครองความเป็นส่วนตัวทางออนไลน์ของเด็ก (“COPPA”) และรัฐบัญญัติคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของวิดีโอ (“VPPA”))
c. หากข้อกำหนดเหล่านี้และข้อกำหนดออนไลน์อื่นใดที่มีความขัดแย้งกัน ข้อกำหนดที่มีความเข้มงวดมากกว่ากับคุณและแอพของคุณหรือข้อกำหนดที่มีการคุ้มครองเรามากกว่าจะมีผลบังคับใช้ หากก่อนหน้านี้คุณได้ยินยอมตามข้อกำหนดเพิ่มเติมของเราสำหรับผลิตภัณฑ์แพลตฟอร์มแบบขยายและ/หรือข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับผู้ให้บริการทางเทคโนโลยีฉบับแก้ไขสำหรับผลิตภัณฑ์แพลตฟอร์มแบบขยายแล้ว ข้อกำหนดเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้แทนข้อกำหนดเหล่านั้น
d. เราขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขข้อกำหนดเหล่านี้ได้ทุกเมื่อ หากคุณใช้หรือเข้าถึงแพลตฟอร์มต่อไปหลังจากการแก้ไขดังกล่าว จะถือว่าคุณมีความผูกพันกับข้อตกลงของข้อกำหนดเหล่านี้ตามที่ได้มีการแก้ไข
e. เราอาจเปลี่ยน ระงับ หรือหยุดให้บริการแพลตฟอร์มได้ทุกเมื่อ นอกจากนี้ เรายังอาจตั้งข้อจำกัดสำหรับฟีเจอร์และบริการบางอย่างหรือจำกัดสิทธิ์ของคุณในการเข้าถึง API หรือเว็บไซต์ของเราเป็นบางส่วนหรือทั้งหมดโดยเราไม่ต้องแจ้งให้ทราบและเราจะไม่มีความรับผิดใดๆ
f. หากเราเลือกที่จะมอบการสนับสนุนหรือปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์มสำหรับคุณ เราอาจหยุดให้บริการนั้นได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องแจ้งให้คุณทราบ
g. เราไม่รับประกันว่าจะสามารถใช้งานแพลตฟอร์มได้ฟรีตลอดไป
h. เราสามารถออกแถลงการณ์ต่อสื่อหรือเผยแพร่คำแถลงหรือเปิดเผยข้อมูลอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคุณหรือการใช้แพลตฟอร์มของคุณได้
i. เมื่อข้อกำหนดเหล่านี้สิ้นสุดลง สิทธิ์ทั้งหมดที่ได้มอบให้คุณภายใต้ข้อกำหนดเหล่านี้จะสิ้นสุดทันที และคุณจะหยุดใช้แพลตฟอร์มทันที หัวข้อต่อไปนี้จะยังมีผลบังคับใช้หลังจากข้อกำหนดเหล่านี้สิ้นสุดลงแล้ว ข้อ 2.b, ข้อ 2.c, ข้อ 3, ข้อ 4, ข้อ 5, ข้อ 6, ข้อ 7, ข้อ 9, ข้อ 10, ข้อ 11 และข้อ 12
12. อภิธานศัพท์
a. “แอพ” หมายถึงการผสานการทำงานทางเทคนิคใดๆ กับแพลตฟอร์มหรือที่เรามีการกำหนดหมายเลขประจำตัวแอพให้ โค้ด, API, SDK, เครื่องมือ, ปลั๊กอิน,บอท, เว็บไซต์, แอพพลิเคชั่น, ข้อมูลจำเพาะ และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่คุณจัดหาหรือที่จัดหาในนามของคุณในการใช้แพลตฟอร์มจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของแอพของคุณ
b. “การตรวจสอบ” หมายถึงการทบทวน การตรวจพิจารณา หรือการตรวจสอบระบบ IT หรือบันทึกของผู้ให้บริการของคุณและคุณ
c. “ข้อสัญญา” หมายถึงข้อสัญญามาตรฐานที่ผนวกอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการสหภาพยุโรป 2004/915/EC
d. “ลูกค้า” หมายถึงผู้ใช้แอพของผู้ให้บริการเทคโนโลยี
e. “ผู้พัฒนา” หมายถึงบุคคลหรือองค์กรที่สร้างหรือจัดการดูแลแอพ
f. “เอกสารสำหรับผู้พัฒนา” มีความหมายตามที่ให้ไว้ในข้อ 1.c (“บทนำ”)
g. “ระบบ IT” หมายถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ทั้งแบบจริงและแบบเสมือนจริง) เครือข่าย เทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสะดวก (รวมถึงสิทธิ์ในการเข้าถึงทางกายภาพและระยะไกลของศูนย์ข้อมูลและระบบคลาวด์) ที่ประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์ม
h. “เงื่อนไขที่จำเป็น” หมายถึงสิ่งใดๆ ต่อไปนี้
i. เงื่อนไขที่กฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับที่บังคับใช้กำหนดให้ปฏิบัติตาม หรือที่ศาลหรือหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งให้ปฏิบัติตาม
ii. เรามีความสงสัยว่าคุณหรือแอพของคุณทำการประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มที่เป็นการละเมิดข้อกำหนดเหล่านี้หรือข้อกำหนดหรือนโยบายอื่นๆ ที่บังคับใช้
iii. คุณเข้าดำเนินการเปลี่ยนอำนาจควบคุมธุรกรรมหรือโอน (หรือขอให้โอน) สิทธิ์หรือข้อพันธะใดๆ ของคุณภายใต้ข้อกำหนดเหล่านี้หรือข้อกำหนดหรือนโยบายอื่นๆ ที่บังคับใช้
iv. เราพิจารณาตามดุลพินิจของเราแต่เพียงผู้เดียวแล้วว่า เรามีความจำเป็นในการตรวจสอบว่าคุณและแอพของคุณได้ลบข้อมูลแพลตฟอร์มตามข้อกำหนดเหล่านี้หรือข้อกำหนดหรือนโยบายอื่นๆ ที่บังคับใช้แล้ว หรือ
v. เราพิจารณาตามดุลพินิจของเราแต่เพียงผู้เดียวแล้วว่า เราจำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้มีการปรับปรุงแก้ไขที่เหมาะสมในกรณีการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่มีการตรวจพบระหว่างการตรวจสอบ
i. “แพลตฟอร์ม” หมายถึงชุด API, SDK, เครื่องมือ, ปลั๊กอิน, โค้ด, เทคโนโลยี, เนื้อหา และบริการต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้อื่น รวมถึงผู้พัฒนาแอพและผู้ดำเนินการเว็บไซต์สามารถพัฒนาฟังก์ชั่นการทำงาน ดึงข้อมูลจาก Facebook และผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook อื่นๆ หรือเพื่อมอบข้อมูลให้แก่เรา
j. “ข้อมูลแพลตฟอร์ม” หมายถึงข้อมูล รายละเอียด หรือเนื้อหาอื่นๆ ที่คุณได้รับจากเราผ่านแพลตฟอร์มหรือแอพของคุณ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม และไม่ว่าจะก่อน ในวันที่ หรือหลังวันที่คุณยินยอมตามข้อกำหนดเหล่านี้ รวมถึงข้อมูลไม่ระบุตัวตน ข้อมูลแบบรวมยอด หรือข้อมูลที่ได้มาจากข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลแพลตฟอร์มรวมไปถึง โทเค็นของแอพ โทเค็นของเพจ โทเค็นการเข้าถึง ข้อมูลลับของแอพ และผู้ใช้โทเค็น
k. “ประมวลผล” หมายถึงการดำเนินการหรือชุดการดำเนินการที่ทำกับข้อมูลหรือชุดข้อมูล ไม่ว่าจะโดยวิธีอัตโนมัติหรือไม่ รวมไปถึงการใช้ การเก็บ การจัดเก็บ การแชร์ หรือการส่ง
l. “หลักปฏิบัติต้องห้าม” มีความหมายตามที่กำหนดไว้ในข้อ 3.a (“หลักปฏิบัติต้องห้าม”)
m. “บันทึก” หมายถึงสมุดบันทึก ข้อตกลง บันทึกการเข้าถึง รายงานของบุคคลที่สาม นโยบาย กระบวนการ และบันทึกอื่นๆ เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์ม
n. “ข้อมูลแพลตฟอร์มที่จำกัด” หมายถึงข้อมูลแพลตฟอร์มที่ (i) สามารถนำไปใช้เพื่อระบุผู้ใช้หรืออุปกรณ์หนึ่งๆ ได้อย่างเพียงพอ (ii) เข้าถึงได้โดยใช้สิทธิ์การอนุญาตที่แสดงไว้ที่นี่ หรือ (iii) เรากำหนดว่าเป็นข้อมูลที่จำกัด โดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ข้อมูลแพลตฟอร์มที่ถูกจำกัดนั้นไม่รวมถึงข้อมูลที่เข้าถึงได้โดยการใช้สิทธิ์การอนุญาตที่แสดงไว้ที่นี่
o. "SDK" หมายถึงอ็อบเจ็กต์โค้ด ซอร์สโค้ด หรือเอกสารประกอบใดๆ ที่คุณได้รับจากเราที่ช่วยให้คุณสร้างแอพหรือเนื้อหาเพื่อใช้กับแพลตฟอร์ม
p. “ผู้ให้บริการ” หมายถึงองค์กรที่คุณใช้เพื่อให้บริการแก่คุณร่วมกับการใช้แพลตฟอร์มหรือข้อมูลแพลตฟอร์มใดๆ
q. “ผู้ให้บริการเทคโนโลยี” หมายถึงผู้พัฒนาแอพที่มีวัตถุประสงค์หลักในการช่วยให้ผู้ใช้ของแอพสามารถเข้าถึงและใช้แพลตฟอร์มหรือข้อมูลแพลตฟอร์มได้
r. “ผู้ตรวจสอบบุคคลที่สาม” มีความหมายตามที่กำหนดไว้ในข้อ 7.b (“การเฝ้าสังเกตเป็นประจำ”)
s. “ผู้ใช้” หมายถึงผู้ใช้ปลายทางของแอพ (ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือองค์กร)
t. “เนื้อหาของคุณ” มีความหมายตามที่กำหนดไว้ในข้อ 2.b (“สิทธิ์การใช้งานที่คุณมอบให้แก่เรา”)