เริ่มต้นใช้งานชิ้นงานโฆษณา Advantage+

คู่มือนี้อธิบายวิธีสร้างโฆษณาและชิ้นงานโฆษณาที่มีการเลือกใช้ฟีเจอร์ของชิ้นงานโฆษณา Advantage+

ก่อนหน้านี้เรารองรับชิ้นงานโฆษณา Advantage+ ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพมาตรฐาน ซึ่งเป็นชุดฟีเจอร์ของชิ้นงานโฆษณา Advantage+ เท่านั้น ทั้งนี้ เราจะหยุดให้บริการฟังก์ชั่นการเลือกใช้และดูภาพตัวอย่างสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพมาตรฐาน โดยเริ่มจาก API การตลาดเวอร์ชั่น 22.0 เป็นต้นไป คุณสามารถเลือกใช้หรือดูภาพตัวอย่างแต่ละฟีเจอร์ของชิ้นงานโฆษณา Advantage+ ได้โดยปฏิบัติตามแนวทางที่อธิบายไว้ในเอกสารนี้

ก่อนที่คุณจะเริ่ม

ให้ตั้งค่าแคมเปญโฆษณาของคุณโดยปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้

  1. สร้างแคมเปญโฆษณา
  2. สร้างชุดโฆษณา

ขั้นตอนที่ 1: สร้างโฆษณาหรือชิ้นงานโฆษณาที่เลือกใช้ฟีเจอร์ของชิ้นงานโฆษณา Advantage+

สร้างโฆษณาโดยใช้ตำแหน่งข้อมูล /ads หรือสร้างชิ้นงานโฆษณาแบบสแตนด์อโลนโดยใช้ตำแหน่งข้อมูล /adcreatives ซึ่งไม่ว่าจะใช้วิธีใด คุณก็จะต้องระบุฟีเจอร์ที่จะเลือกใช้แต่ละรายการในพารามิเตอร์ creative_features_spec

ตัวอย่างคำขอ

วิธีปรับใช้ฟีเจอร์การเลือกรับ image_touchups, inline_comment และ image_templates มีดังนี้

// creative example curl -X POST \ -F 'name=Advantage+ Creative Creative' \ -F 'degrees_of_freedom_spec={ "creative_features_spec": { "image_touchups": { "enroll_status": "OPT_IN" }, "inline_comment": { "enroll_status": "OPT_IN" }, "image_template": { "enroll_status": "OPT_IN" } } }' \ -F 'access_token=<ACCESS_TOKEN>' \ https://graph.facebook.com/v25.0/act_<AD_ACCOUNT_ID>/adcreatives // ad example curl -X POST \ -F 'adset_id=<ADSET_ID>' \ -F 'creative={ "name": "Advantage+ Creative Adgroup", "object_story_spec": { "link_data": { "image_hash": "<IMAGE_HASH>", "link": "<URL>", "message": "You got this.", }, "page_id": "<PAGE_ID>" }, "degrees_of_freedom_spec": { "creative_features_spec": { "image_touchups": { "enroll_status": "OPT_IN" }, "inline_comment": { "enroll_status": "OPT_IN" }, "image_template": { "enroll_status": "OPT_IN" } } } }' \ https://graph.facebook.com/v25.0/act_<AD_ACCOUNT_ID>/ads

ฟีเจอร์

ต่อไปนี้คือฟีเจอร์ในการเลือกใช้ชิ้นงานโฆษณา Advantage+ ที่สามารถนำไปใช้ได้ในพารามิเตอร์ creative_features_spec

ชื่อคำอธิบาย

adapt_to_placement

ระบุหรือไม่ก็ได้ ค่าเริ่มต้นจะเป็นการเลือกใช้
เลือกใช้หากคุณต้องการปรับรูปภาพให้พอดีกับตำแหน่งการจัดวางโดยอัตโนมัติตามสิ่งที่คาดการณ์ว่าจะมีประสิทธิภาพดีที่สุด

ระบบจะเปิดใช้งานตำแหน่งการจัดวางขนาด 4:5 และ 9:16 ไว้ตามค่าเริ่มต้น หากคุณต้องการควบคุมวิธีการปรับแต่งรูปภาพ คุณสามารถใช้ช่อง customizations เพื่อควบคุมการตั้งค่าได้ ดูช่อง aspect_ratio_config และ image_crop_style ในเอกสารอ้างอิงการปรับแต่งฟีเจอร์ของชิ้นงานโฆษณาสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม

คุณสามารถตั้งค่าช่อง enroll_status เป็น OPT_IN หรือ OPT_OUT ก็ได้

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีชื่อว่า **การตกแต่งรูป* ในตัวจัดการโฆษณา

add_text_overlay

ระบุหรือไม่ก็ได้
เลือกใช้หากคุณต้องการเพิ่มข้อมูลจากรายการแค็ตตาล็อกเป็นโอเวอร์เลย์ที่ดูไม่ซ้ำกัน

คุณสามารถตั้งค่าช่อง enroll_status เป็น OPT_IN หรือ OPT_OUT ก็ได้

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีชื่อว่าเพิ่มโอเวอร์เลย์แบบไดนามิกในตัวจัดการโฆษณา

หากคุณต้องการควบคุมลักษณะการแสดงผลของโอเวอร์เลย์ด้วยตนเอง คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เอกสารอ้างอิงข้อมูลจำเพาะเกี่ยวกับเลเยอร์รูปภาพของข้อมูลลิงก์ชิ้นงานโฆษณา

creative_stickers

ระบุหรือไม่ก็ได้
เลือกใช้หากคุณต้องการเพิ่มสติกเกอร์ที่สร้างโดย AI เพื่อช่วยเล่าเรื่องราวของคุณได้ดียิ่งขึ้น และทำให้ผู้คนเข้าใจการกระตุ้นให้ดำเนินการของคุณง่ายขึ้น เราจะวางสติกเกอร์ CTA โดยอัตโนมัติตามตำแหน่งที่มีแนวโน้มจะมีประสิทธิภาพดีที่สุด

คุณสามารถตั้งค่าช่อง enroll_status เป็น OPT_IN หรือ OPT_OUT ก็ได้

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีชื่อว่า "สร้าง CTA สติกเกอร์" ในตัวจัดการโฆษณา

description_automation

ระบุหรือไม่ก็ได้
สำหรับโฆษณาแค็ตตาล็อก Advantage+ ให้เลือกใช้หากคุณต้องการให้ระบบใช้ข้อมูลสินค้าจากแค็ตตาล็อกเป็นคำอธิบายของโฆษณา โดยอิงจากสิ่งที่แต่ละคนที่เห็นโฆษณาของคุณมีแนวโน้มที่จะโต้ตอบด้วย สำหรับโฆษณาแบบภาพสไลด์คงที่ ให้เลือกใช้หากต้องการให้ระบบเลือกคำอธิบายภาพสไลด์ของคุณแบบไดนามิกเมื่อถึงเวลาที่ต้องแสดงคำอธิบาย

คุณสามารถตั้งค่าช่อง enroll_status เป็น OPT_IN หรือ OPT_OUT ก็ได้

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีชื่อว่าสื่อแบบไดนามิกในตัวจัดการโฆษณา

enhance_cta

ระบุหรือไม่ก็ได้
เลือกใช้หากคุณต้องการให้ระบบนำวลีสำคัญจากแหล่งโฆษณามาใช้กับ CTA ของคุณ

คุณสามารถตั้งค่าช่อง enroll_status เป็น OPT_IN หรือ OPT_OUT ก็ได้

คุณสามารถตั้งค่าช่อง customizations ดังตัวอย่างด้านล่างเพื่อใช้วลีที่ AI ระบุว่ามีแนวโน้มที่จะมีประสิทธิภาพสูงได้ ดังนี้

{ "text_extraction": { "enroll_status": "OPT_IN" }

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีชื่อว่าเพิ่มประสิทธิภาพ CTA ในตัวจัดการโฆษณา

image_background_gen

ระบุหรือไม่ก็ได้
เลือกใช้หากคุณต้องการให้ระบบสร้างพื้นหลังที่แตกต่างกันสำหรับรูปภาพสินค้าที่เข้าเกณฑ์ และแสดงเวอร์ชั่นที่กลุ่มเป้าหมายของคุณมีแนวโน้มที่จะตอบสนองด้วยมากที่สุด ฟีเจอร์นี้สร้างด้วย AI

คุณสามารถตั้งค่าช่อง enroll_status เป็น OPT_IN หรือ OPT_OUT ก็ได้

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีชื่อว่าสร้างพื้นหลังในตัวจัดการโฆษณา

image_brightness_and_contrast

ระบุหรือไม่ก็ได้
เลือกใช้หากคุณต้องการให้ระบบปรับความสว่างและคอนทราสต์ของรูปภาพ เมื่อมีแนวโน้มที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพได้

คุณสามารถตั้งค่าช่อง enroll_status เป็น OPT_IN หรือ OPT_OUT ก็ได้

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีชื่อว่าปรับความสว่างและคอนทราสต์ในตัวจัดการโฆษณา

image_templates

ระบุหรือไม่ก็ได้
เลือกใช้หากคุณต้องการเพิ่มโอเวอร์เลย์ที่แสดงข้อความที่คุณระบุเอาไว้ร่วมกับชิ้นงานโฆษณาที่คุณเลือก เมื่อมีแนวโน้มที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพได้ ฟีเจอร์นี้สร้างด้วย AI

คุณสามารถตั้งค่าช่อง enroll_status เป็น OPT_IN หรือ OPT_OUT ก็ได้

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีชื่อว่าเพิ่มโอเวอร์เลย์ในตัวจัดการโฆษณา

image_touchups

ระบุหรือไม่ก็ได้
เลือกใช้หากคุณต้องการให้ครอบตัดและขยายสื่อที่คุณเลือกให้พอดีกับตำแหน่งการจัดวางอื่นๆ คุณสามารถใช้ได้กับโฆษณาแบบรูปภาพเท่านั้น

คุณสามารถตั้งค่าช่อง enroll_status เป็น OPT_IN หรือ OPT_OUT ก็ได้

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีชื่อว่าการตกแต่งรูปในตัวจัดการโฆษณา

image_uncrop

ระบุหรือไม่ก็ได้
เลือกใช้หากคุณต้องการให้ระบบขยายรูปภาพให้พอดีกับตำแหน่งการจัดวางอื่นๆ เพิ่มเติมโดยอัตโนมัติ ฟีเจอร์นี้สร้างด้วย AI

คุณสามารถตั้งค่าช่อง enroll_status เป็น OPT_IN หรือ OPT_OUT ก็ได้

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีชื่อว่าขยายรูปภาพในตัวจัดการโฆษณา

inline_comment

ระบุหรือไม่ก็ได้
เลือกใช้หากคุณต้องการให้ระบบแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องที่สุดไว้ใต้โฆษณาของคุณบน Facebook และ Instagram

คุณสามารถตั้งค่าช่อง enroll_status เป็น OPT_IN หรือ OPT_OUT ก็ได้

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีชื่อว่าความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องในตัวจัดการโฆษณา

media_type_automation

ระบุหรือไม่ก็ได้
เลือกใช้หากคุณต้องการให้วิดีโอจากแค็ตตาล็อกของคุณปรากฏ (พร้อมกับรูปภาพ) อยู่ในตำแหน่งการจัดวางที่รองรับ

คุณสามารถตั้งค่าช่อง enroll_status เป็น OPT_IN หรือ OPT_OUT ก็ได้

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีชื่อว่าสื่อแบบไดนามิกในตัวจัดการโฆษณา

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมที่สื่อแบบไดนามิก

pac_relaxation

ระบุหรือไม่ก็ได้
เลือกใช้หากคุณต้องการแสดงสื่อที่คุณเลือกสำหรับอัตราส่วนภาพที่เฉพาะเจาะจงในตำแหน่งการจัดวางทั้งหมด เมื่อมีแนวโน้มที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพได้

คุณสามารถตั้งค่าช่อง enroll_status เป็น OPT_IN หรือ OPT_OUT ก็ได้

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีชื่อว่าสื่อแบบยืดหยุ่นหรือสื่อที่ยืดหยุ่นในตัวจัดการโฆษณา

product_extensions

ระบุหรือไม่ก็ได้
เลือกใช้หากคุณต้องการให้สินค้าจากแค็ตตาล็อกของคุณปรากฏอยู่ข้างๆ สื่อที่เลือก เมื่อมีแนวโน้มที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพได้

คุณสามารถตั้งค่าช่อง enroll_status เป็น OPT_IN หรือ OPT_OUT ก็ได้

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีชื่อว่า "แสดงสินค้าในดร็อปดาวน์คอลเลกชั่นภายในตัวเลือกการแสดงผลรูปแบบ" ในตัวจัดการโฆษณา

โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ฟีเจอร์การขยายขอบเขตสินค้า (เพิ่มสินค้าในแค็ตตาล็อก) บน API การตลาด

reveal_details_over_time

ระบุหรือไม่ก็ได้
เลือกใช้ หากคุณต้องการให้ระบบแสดงข้อมูลจากหน้าสินค้าบนเว็บไซต์หรือร้านค้าแอพของคุณเมื่อผู้คนดูโฆษณาของคุณเป็นเวลาไม่กี่วินาที ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนรู้สึกมั่นใจมากขึ้นก่อนที่จะคลิกการกระตุ้นให้ดำเนินการของคุณ

คุณสามารถตั้งค่าช่อง enroll_status เป็น OPT_IN หรือ OPT_OUT ก็ได้

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีป้ายกำกับว่า "เปิดเผยรายละเอียดเมื่อเวลาผ่านไป" ในตัวจัดการโฆษณา

text_optimizations

ระบุหรือไม่ก็ได้
เลือกใช้หากคุณต้องการให้ตัวเลือกข้อความที่คุณระบุปรากฏเป็นข้อความหลัก พาดหัว หรือคำอธิบาย เมื่อมีแนวโน้มที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพได้ เราอาจเพิ่มคำบรรยายเกริ่นนำจากตัวเลือกพาดหัวของคุณและไฮไลท์ประโยคสำคัญเมื่อมีแนวโน้มที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพได้

คุณสามารถตั้งค่าช่อง enroll_status เป็น OPT_IN หรือ OPT_OUT ก็ได้

คุณสามารถตั้งค่าช่อง customizations ดังตัวอย่างด้านล่างเพื่อใช้วลีที่ AI ระบุว่ามีแนวโน้มที่จะมีประสิทธิภาพสูงได้ ดังนี้

{ "text_extraction": { "enroll_status": "OPT_IN" }

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีชื่อว่าการปรับปรุงข้อความในตัวจัดการโฆษณา

text_translation

ระบุหรือไม่ก็ได้
เลือกใช้ หากคุณต้องการให้ระบบแปลโฆษณาของคุณเป็นภาษาต่างๆ บน Facebook และ Instagram

คุณสามารถตั้งค่าช่อง enroll_status เป็น OPT_IN หรือ OPT_OUT ก็ได้

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีชื่อว่า "แปลข้อความ" ในตัวจัดการโฆษณา

video_auto_crop

ระบุหรือไม่ก็ได้
เลือกใช้หากคุณต้องการให้ครอบตัดและขยายสื่อที่คุณเลือกให้พอดีกับตำแหน่งการจัดวางอื่นๆ คุณสามารถใช้ได้กับโฆษณาแบบวิดีโอเท่านั้น

คุณสามารถตั้งค่าช่อง enroll_status เป็น OPT_IN หรือ OPT_OUT ก็ได้

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีชื่อว่าการตกแต่งรูปในตัวจัดการโฆษณา

ฟีเจอร์ที่ได้รับการระบุเป็น OPT_IN แต่ไม่สามารถใช้กับโฆษณาประเภทนั้นๆ จะถูกนำออกจากพารามิเตอร์ creative_features_spec โดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น image_templates (หรือ เพิ่มโอเวอร์เลย์) ไม่สามารถใช้กับชิ้นงานโฆษณารูปแบบวิดีโอได้ หากคุณเลือกใช้ฟีเจอร์นี้กับโฆษณาแบบวิดีโอ ระบบจะนำออกโดยอัตโนมัติเนื่องจากไม่เข้าเกณฑ์

คุณสามารถใช้คำขอ GET ในการเรียกดูพารามิเตอร์ creative_features_spec เพื่อยืนยันการกำหนดค่าขั้นสุดท้ายได้

ไม่ต้องกังวลหากคุณเรียกดูแล้วพบว่ามี standard_enhancements หรือฟีเจอร์ย่อยของการเพิ่มประสิทธิภาพมาตรฐานต่อท้ายช่อง creative_features_spec อยู่ ระบบจะไม่นำฟีเจอร์เหล่านี้ไปใช้ตราบใดที่คุณไม่ได้ตั้งค่าเป็น OPT_IN การเพิ่มประสิทธิภาพมาตรฐานกำลังอยู่ในระหว่างการเลิกให้บริการ และลักษณะการทำงานนี้จะค่อยๆ เลิกไปเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการเลิกให้บริการแล้ว

คุณสามารถเลือกใช้ฟีเจอร์ส่วนใหญ่ของชิ้นงานโฆษณา Advantage+ โดยใช้พารามิเตอร์ creative_features_spec ได้ ยกเว้นฟีเจอร์ music ที่นำไปใช้กับพารามิเตอร์ asset_feed_spec หากต้องการเลือกไม่ใช้ฟีเจอร์ music ให้ส่งพารามิเตอร์ assest_feed_spec.audios เป็นค่าว่าง

ตัวอย่างคำขอ

หากต้องการเลือกใช้ฟีเจอร์ music โดยใช้พารามิเตอร์ asset_feed_spec ให้ดำเนินการดังนี้

curl -X POST \ -F 'name="Advantage+ Creative Music"' \ -F 'object_story_spec={ "page_id": "<PAGE_ID>" }' \ -F 'asset_feed_spec={ "audios": [ { "type": "random" } ] }' \ -F 'access_token=<ACCESS_TOKEN>' \ https://graph.facebook.com/v25.0/act_<AD_ACCOUNT_ID>/adcreatives

หากฟีเจอร์ที่เลือกใช้มีฟีเจอร์ที่สร้างด้วย AI รวมอยู่ด้วย คุณจำเป็นต้องสร้างโฆษณาที่มีสถานะเป็น PAUSED จากนั้นทำตามขั้นตอนที่ 2 และขั้นตอนที่ 3 ด้านล่างเพื่อดำเนินกระบวนการเผยแพร่ให้เสร็จสมบูรณ์ หากไม่มีฟีเจอร์ที่สร้างโดย AI รวมอยู่ด้วย คุณสามารถข้ามขั้นตอนที่ 2 และขั้นตอนที่ 3 แล้วสร้างโฆษณาที่มีสถานะเป็น ACTIVE ได้

หมายเหตุ: เมื่อสร้างโฆษณาผ่านตำแหน่งข้อมูล /ads ช่อง status บนโฆษณาจะมีค่าเริ่มต้นเป็น PAUSED

ขั้นตอนที่ 2: ภาพตัวอย่างสำหรับชิ้นงานโฆษณา Advantage+

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชั่นการทำงานของภาพตัวอย่างที่มีอยู่ได้ที่ข้อมูลอ้างอิงเกี่ยวกับภาพตัวอย่างโฆษณา

หากต้องการดูภาพตัวอย่างฟีเจอร์ของชิ้นงานโฆษณา Advantage+ ให้เพิ่มพารามิเตอร์ creative_feature ลงในคำขอดูตัวอย่างที่มีอยู่ และระบุชื่อฟีเจอร์ที่ต้องการ

ฟีเจอร์ที่รองรับการดูภาพตัวอย่าง ได้แก่ image_templates, image_touchups, video_auto_crop, enhance_cta, text_optimizations, image_background_gen, image_uncrop และ description_automation

ตัวอย่างคำขอ

curl -X GET -G \ -d 'ad_format="DESKTOP_FEED_STANDARD"' \ -d 'creative_feature=<FEATURE_NAME> \ -d 'access_token=<ACCESS_TOKEN>' \ https://graph.facebook.com/v25.0/<AD_ID>/previews

ตัวอย่างการตอบกลับ

{ "data": [ { "body": "<iframe src='<PREVIEW_URL>'></iframe>", "transformation_spec": { "<FEATURE_NAME>": [ { "body": "<iframe src='<PREVIEW_URL>'></iframe>", "status": "eligible" } ] } } ] }

คลิกที่ URL ที่ส่งคืนมาเพื่อดูภาพตัวอย่าง

หมายเหตุ: หากอ็อบเจ็กต์ transformation_spec ไม่ถูกส่งคืนมา แสดงว่าชิ้นงานโฆษณาไม่มีสิทธิ์ใช้ฟีเจอร์ของชิ้นงานโฆษณา Advantage+ บนตำแหน่งการจัดวางที่เลือก และระบบจะไม่นำฟีเจอร์ดังกล่าวไปใช้

เมื่อคุณตรวจสอบภาพตัวอย่างแล้วและเห็นว่าเหมาะสมที่จะเผยแพร่ ให้ตั้งค่าโฆษณาเป็น ACTIVE หากยังไม่ได้ตั้งค่าดังกล่าว หากมีภาพตัวอย่างใดไม่ได้รับการยอมรับ ให้สร้างโฆษณาหรือชิ้นงานโฆษณาขึ้นมาใหม่โดยไม่ต้องเลือกใช้ฟีเจอร์นั้นๆ

ขั้นตอนที่ 3: ตั้งสถานะโฆษณาเป็น ACTIVE

เมื่อโฆษณาของคุณพร้อมแล้ว ให้ตั้งค่าสถานะเป็น ACTIVE

ตัวอย่างคำขอ

curl -X POST \ -F 'status=ACTIVE' \ -F 'access_token=<ACCESS_TOKEN>' \ https://graph.facebook.com/v25.0/<AD_ID>

เรียนรู้เพิ่มเติม

ฟีเจอร์อื่นๆ ของชิ้นงานโฆษณา Advantage+ มีดังนี้

แหล่งข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับชิ้นงานโฆษณา

ชิ้นงานโฆษณา Advantage+ เคยมีให้ใช้งานก่อนหน้านี้ในรูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพมาตรฐาน: