การทดสอบการนำ Audience Network ไปใช้

เมื่อคุณผสานการทำงาน Facebook Audience Network เข้ากับเว็บบนมือถือหรือแอพ คุณควรใช้โฆษณาที่สร้างทดสอบการนำไปใช้งานบนอุปกรณ์ที่จับต้องได้ก่อนแล้วจึงค่อยเปิดตัว ใช้ SDK ของ Audience Network เวอร์ชั่นล่าสุดในการผสานการทำงานเพื่อใส่การแก้ไขจุดบกพร่องและการปรับปรุงล่าสุด หัวข้อต่อไปนี้จะให้คำแนะนำทีละขั้นตอนเกี่ยวกับวิธีการทดสอบการผสานการทำงานของโฆษณา Audience Network เข้ากับแอพหรือเว็บบนมือถือ

ขั้นตอนที่ 1: ทดสอบกับโฆษณาที่สร้าง

ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบรหัสข้อผิดพลาดของคำขอโฆษณาที่สร้าง

ขั้นตอนที่ 3: ใช้ตัวแก้ไขจุดบกพร่องการส่งคำขอของ Audience Network เพื่อวินิจฉันคำขอโฆษณา

ขั้นตอนที่ 4: การทดสอบกับโฆษณาทดสอบ

ขั้นตอนที่ 5: รายการตรวจสอบการผสานการทำงานของโฆษณา Audience Network

การใช้อุปกรณ์ทดสอบ

ขั้นตอนที่ 1: ทดสอบกับโฆษณาที่สร้าง

การทดสอบกับโฆษณาที่สร้างมีสองขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือการเพิ่มผู้คนลงในเพจการตั้งค่าธุรกิจเพื่อให้พวกเขาเห็นโฆษณาที่สร้างก่อนจะอนุมัติแอพ ขั้นตอนที่สองคือการให้ผู้ทดสอบที่ได้รับมอบหมายใช้แอพหรือเว็บไซต์บนมือถือของคุณขณะเข้าสู่ระบบ Facebook

การเพิ่มผู้ทดสอบในแอพ

คุณสามารถทดสอบแอพหรือเว็บไซต์บนมือถือที่มีการแสดงโฆษณาที่สร้างบนอุปกรณ์ที่จับต้องได้ โดยตรวจดูให้แน่ใจว่าได้เพิ่มผู้ที่จะทำการทดสอบในบทบาทใดก็ได้ในแอพ Facebook ของคุณ นี่คือวิธีการที่แนะนำในการเพิ่มผู้ทดสอบในแอพ

  1. ไปที่ "การตั้งค่าธุรกิจ"
  2. คลิก "+เพิ่ม" ในแท็บ "ผู้คน" ทางด้านซ้าย
  3. พิมพ์อีเมลของผู้ที่ต้องการเพิ่มลงในบัญชีผู้ใช้ลงในตัวจัดการธุรกิจ คุณสามารถป้อนได้หลายบุคคล
  4. คุณสามารถกำหนดบทบาทให้แต่ละคนได้หรือคลิก “ข้าม” เพื่อเพิ่มพวกเขาลงในบัญชีผู้ใช้ในตัวจัดการธุรกิจเท่านั้น

หากคุณใช้ชั้นสื่อกลางโฆษณา โปรดตรวจสอบว่าสื่อกลางโฆษณานั้นกำลังส่งคำขอไปยัง Audience network หากคุณเปิดใช้งานการทดสอบในชั้นสื่อกลางโฆษณา อาจไม่มีการส่งคำขอใดๆ ไปยังเซิร์ฟเวอร์

การทดสอบแอพบนมือถือ

  1. แจกจ่ายแอพไปยังอุปกรณ์ของผู้ทดสอบโดยใช้วิธีการแจกจ่ายที่ต้องการและตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเพิ่มผู้ทดสอบไปยังเพจการตั้งค่าของตัวจัดการธุรกิจแล้ว
  2. ผู้ที่คุณเพิ่มแต่ละรายจะต้องติดตั้งแอพ Facebook ไว้ในอุปกรณ์ของตนและเข้าสู่ระบบโดยใช้ ID ผู้ใช้ Facebook ที่คุณเพิ่มไว้ในบทบาทผู้ทดสอบ คุณจำเป็นต้องปฏิบัติตามขั้นตอนนี้เนื่องจาก Facebook จำเป็นต้องทราบว่าบุคคลนั้นเป็นคนในธุรกิจของคุณเพื่อส่งกลับโฆษณาให้
  3. ขณะนี้ผู้ทดสอบสามารถเปิดใช้แอพของคุณและทริกเกอร์ตำแหน่งการจัดวางที่คุณต้องการทดสอบได้แล้ว ผู้ทดสอบควรเห็นโฆษณาที่สร้าง

ขณะทำการทดสอบตำแหน่งการจัดวางโฆษณา Facebook จะไม่แสดงโฆษณาต่อคำขอประมาณ 20% เพื่อให้คุณสามารถทดสอบการทำงานของแอพหรือเว็บไซต์บนมือถือในกรณีที่ไม่มีการแสดงโฆษณา

หากใช้ “Testflight” เพื่อแจกจ่ายและทดสอบแอพของคุณ คุณจะไม่สามารถดูโฆษณาจริงจากการสร้างการทดสอบนั้นได้ แต่คุณจะต้องทำการตั้งค่าโหมดทดสอบตามที่แสดงด้านล่างนี้ เพื่อให้สามารถได้รับโฆษณาจาก Audience Network ในแต่ละครั้งที่ Testflight -แอพสำหรับแจกจ่ายได้ขอตัวระบุสำหรับผู้ลงโฆษณา (IDFA), ระบบจะได้รับ IDFA ที่แตกต่างกันไป โดยปกติแล้ว IDFA จะคงที่เสมอสำหรับอุปกรณ์ จนกว่าผู้ใช้จะรีเซ็ตด้วยตนเอง ซึ่งหาก Testflight ขอ IDFA จากระบบปฏิบัติการ ระบบจะไม่ได้รับ IDFA “จริง” แต่จะได้รับ IDFA “จำลอง” ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่แอพขอไป

วิธีแก้ปัญหานี้ คุณสามารถเปิดโหมดทดสอบเพื่อให้โฆษณาทดสอบสามารถแสดงได้



ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบรหัสข้อผิดพลาดของคำขอโฆษณาที่สร้าง

ขณะทำการทดสอบการนำ Facebook Audience Network ไปใช้ คุณอาจพบรหัสข้อผิดพลาดหลายรหัสขณะส่งคำขอ รหัสข้อผิดพลาดเหล่านี้จะระบุไว้ด้านล่าง

1000 - Network Error

การตอบสนองเซิร์ฟเวอร์ เอกสารประกอบ SDK

Code=1000 “Network Error"

  • Error 1000 - Network Error Audience Network SDK ไม่สามารถเข้าถึง facebook.com (http://facebook.com/) ได้
  • แอพพลิเคชั่นของคุณควรพยายามส่งคำขออีกครั้งจนกว่าจะสามารถเข้าถึงเครือข่ายได้ เราแนะนำให้ส่งคำขอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะเชื่อมต่อใหม่หรือคุณแจ้งว่าหมดเวลา

1001 - No Fill

ข้อผิดพลาดนี้เป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยขณะทำการทดสอบและจะเกี่ยวข้องกับการตอบสนอง "ไม่แสดงโฆษณา" เหตุผลที่พบบ่อยที่สุดในกรณีนี้คือผู้ใช้ไม่ได้เข้าสู่ระบบแอพ Facebook ขณะทำการทดสอบแอพบนมือถือ หรือไม่ได้เข้าสู่ระบบเว็บไซต์ Facebook บนมือถือขณะทำการทดสอบเว็บไซต์บนมือถือ

การตอบสนองเซิร์ฟเวอร์ เอกสารประกอบ SDK

Code=1001 “No Fill”

  • Error 1001 - No Fill อาจมาจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งต่อไปนี้
  • ผู้ใช้ไม่ได้เข้าสู่ระบบ Facebook แบบเนทีฟบนอุปกรณ์มือถือ
  • การติดตามการจำกัดโฆษณาเปิดอยู่ (iOS)
  • ไม่เปิดรับโฆษณาตามความสนใจ (Android)
  • ไม่มีคลังโฆษณาสำหรับผู้ใช้ปัจจุบัน
  • อุปกรณ์ทดสอบของคุณต้องติดตั้งแอพพลิเคชั่น Facebook แบบเนทีฟไว้
  • แอพพลิเคชั่นของคุณควรพยายามส่งคำขออีกครั้งหลัง 30 วินาทีผ่านไป

1002 - Ad Load Too Frequently

การตอบสนองเซิร์ฟเวอร์ เอกสารประกอบ SDK

Code=1002 “Load Too Frequently”

  • คำขอโฆษณาจะขึ้นอยู่กับสิ่งต่อไปนี้รวมๆ กัน
  • ID อุปกรณ์
  • ID ตำแหน่งการจัดวาง
  • รูปแบบที่แสดง (แบนเนอร์ โฆษณาคั่น เนทีฟ)
  • แอพพลิเคชั่นของคุณควรพยายามส่งคำขออีกครั้งหลัง 30 นาทีผ่านไป และเรายังแนะนำให้ปรับอัตรารีเฟรชหรืออัตราคำขอด้วย

1011 - Display Format Mismatch

การตอบสนองเซิร์ฟเวอร์ เอกสารประกอบ SDK

Code=1011 “Display Format Mismatch”

  • Error 1011 - Display Format Mismatch เนื่องจากสาเหตุต่อไปนี้
  • รูปแบบที่แสดงในคำขอโฆษณาไม่ตรงกับรูปแบบที่แสดงที่กำหนดไว้สำหรับตำแหน่งการจัดวางนี้
  • ตำแหน่งการจัดวางแต่ละตำแหน่งใช้ได้กับรูปแบบที่แสดงเพียงรูปแบบเดียวเท่านั้น
  • คุณสามารถสร้างตำแหน่งการจัดวางหลายตำแหน่งเพื่อใช้กับรูปแบบที่แสดงต่างๆ ได้

1203 - Not An App Admin, Developer or Tester

การตอบสนองเซิร์ฟเวอร์ เอกสารประกอบ SDK

Code=1203 “Not An App Admin, Developer or Tester”

  • คำขอเริ่มแรมจากชุดรวมต้องมาจากผู้ดูแลแอพ ผู้พัฒนา หรือผู้ทดสอบ

2000 - Server Error

การตอบสนองเซิร์ฟเวอร์ เอกสารประกอบ SDK

Code=2000 “Server Error"

  • Error 2000 - Server Error สาเหตุอาจมาจาก:
  • ID ตำแหน่งการจัดวางไม่ถูกต้อง - แต่ละตำแหน่งการจัดวางและประเภทจะมี ID ที่ไม่ซ้ำกัน
  • SDK ในเวอร์ชั่นที่ไม่สนับสนุนหรือล้าสมัย - โปรดดาวน์โหลดหรืออัพเดต Pod เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดโดยใช้ Cocoa Pods
  • การเรียก/การใช้วิธีการ loadAd ที่ไม่เหมาะสม เราแนะนำให้วางจุดหยุดบน loadAd และวิธีการ/การเรียกใดๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • แอพพลิเคชั่นของคุณควรพยายามส่งคำขออีกครั้งหลัง 30 วินาทีผ่านไป

2001 - Internal Error

การตอบสนองเซิร์ฟเวอร์ เอกสารประกอบ SDK

Code=2001 “Internal Error”

  • Error 2001 - Internal Error Audience Network SDK ไม่สามารถดำเนินการตอบสนองจาก facebook.com ได้
  • แอพพลิเคชั่นของคุณควรพยายามส่งคำขออีกครั้งหลัง 30 วินาทีผ่านไป
  • หากปัญหานี้เกิดขึ้นตลอด โปรดกรอกรายงานจุดบกพร่องให้เรา


ขั้นตอนที่ 3: ใช้ตัวแก้ไขจุดบกพร่องการส่งคำขอของ Audience Network เพื่อวินิจฉันคำขอโฆษณา

หลังจากที่ใช้ตำแหน่งการจัดวางในแอพแล้ว คุณจะสามารถใช้เครื่องมือตัวแก้ไขจุดบกพร่องในการส่งคำขอของ Audience Network เพื่อตรวจสอบยืนยันว่า Facebook กำลังได้รับคำขอจากแอพ

  1. ไปที่ "ตัวจัดการการสร้างรายได้"
  2. คลิก "จัดการทรัพย์สิน"
  3. คลิก "การตั้งค่าทรัพย์สิน > ขอตัวแก้ไขจุดบกพร่อง" ที่ด้านขวาบน
  4. คลิก "เริ่ม" เพื่อติดตามคำขอจากแอพหรือเว็บไซต์

สำหรับอุปกรณ์ทดสอบ iOS หรือ Android ตามจริง iOS หรือ Android จะเคลื่อนย้ายในแอพเพื่อกระตุ้นให้เกิดตำแหน่งการจัดวางโฆษณาของ Audience Network คำขอโฆษณาจะแสดงขึ้นในเครื่องมือ โปรดตรวจสอบยืนยันว่าได้มีการส่งคำขอดังกล่าวพร้อมกับ ID ตำแหน่งการจัดวาง ชื่อแพ็คเกจชุดรวมที่ถูกต้อง และอื่นๆ

การดำเนินการนี้จะกำหนดให้ใช้อุปกรณ์ทางกายภาพและจะไม่ทำงานกับโปรแกรมจำลอง iOS หรือ Android

คุณจะต้องเข้าสู่ระบบแอพ Facebook ด้วยอุปกรณ์ทดสอบเดียวกันที่คุณใช้เพื่อให้เครื่องมือนี้สังเกตการณ์

หากคำขอโฆษณาดังกล่าวไม่แสดงในเครื่องมือนี้ หมายความว่า Facebook ยังไม่ได้รับคำขอตามที่คาดหวัง คุณสามารถตรวจสอบรายการต่อไปนี้เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องได้

  1. ตรวจสอบว่าคุณใช้งานอุปกรณ์ทางกายภาพ ซึ่งไม่ใช่โปรแกรมจำลอง
  2. ตรวจสอบว่ามีการติดตั้งแอพ Facebook บนอุปกรณ์ทดสอบ
  3. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ทดสอบที่เข้าสู่ระบบ Facebook ในอุปกรณ์ที่ทดสอบมีบทบาทในธุรกิจ
  4. หากมีการใช้สื่อกลางโฆษณา ตรวจสอบว่าชั้นสื่อกลางโฆษณากำลังส่งคำขอไปยัง Facebook Audience Network


ขั้นตอนที่ 4: การทดสอบกับโฆษณาทดสอบ

คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ใช้ที่ทำการทดสอบแอพของคุณนั้นได้รับการเพิ่มบทบาทในตัวจัดการธุรกิจของแอพแล้ว นี่คือวิธีการทดสอบที่แนะนำ เนื่องจากคุณจะสามารถเห็นโฆษณาที่สร้างบนอุปกรณ์ที่จับต้องได้ โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทดสอบที่แนะนำที่หัวข้อ “การทดสอบด้วยโฆษณาที่สร้าง

อย่างไรก็ตาม ตามที่ได้ระบุไว้ในหัวข้อก่อนหน้า คุณอาจตระหนักได้ว่าไม่สามารถทดสอบ UI ของโฆษณาที่สร้างด้วยมุมมอง UI ของแอพคุณได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ คุณไม่สามารถรับประกันได้ว่าโฆษณาที่ได้รับจากแอพจะเป็นแบบโฆษณาแบบรูปภาพ โฆษณาแบบวิดีโอ หรือโฆษณาแบบภาพสไลด์ การส่งคำขอโฆษณาที่สร้างไม่ใช่การรับประกันเนื้อหาและรูปแบบของโฆษณาที่ส่งกลับ จะทำอย่างไรหากคุณต้องการทดสอบด้วยโฆษณาที่มีเนื้อหาวิดีโอในแนวตั้งเพื่อให้มั่นใจว่ารูปแบบนั้นถูกต้องตรงกับมุมมอง UI ของแอพคุณ

เพื่อส่งคำขอทดสอบโฆษณา คุณจะต้องใช้ประเภทโฆษณาทดสอบต่อไปนี้เพื่อเชื่อมต่อไอดีของตำแหน่งการจัดวางด้วย ‘#’ เมื่อเริ่มต้นดำเนินการรายการโฆษณาบน Facebook ใดๆ ID ตำแหน่งการจัดวางสำหรับการส่งคำขอโฆษณาทดสอบคือ TEST_AD_TYPE#YOUR_PLACEMENT_ID

คุณไม่ควรส่งแอพไปยังสาธารณะด้วยโค้ดทดสอบข้างต้น เนื่องจากอาจทำให้มีเฉพาะโฆษณาทดสอบปรากฏขึ้นเท่านั้น คุณควรใช้มาโครโปรเซสเซอร์ เช่น DEBUG หรือ TESTING แทน แล้วจึงใช้ #ifdef เพื่อแยกการสร้างเพื่อทดสอบออกจากการสร้างเพื่อเปิดตัว

ตารางประเภทโฆษณาทดสอบ

ประเภทโฆษณาทดสอบ คำอธิบาย รูปแบบโฆษณาที่สนับสนุน

VID_HD_16_9_46S_APP_INSTALL

โฆษณาแบบวิดีโอความละเอียดสูง ขนาด 16x9 ความยาว 46 วินาทีที่มีตัวเลือก CTA จำนวนการติดตั้งแอพ

โฆษณาคั่นระหว่างหน้า, วิดีโอที่มีรางวัลหลังชมจบ, โฆษณาเนทีฟ

VID_HD_16_9_46S_LINK

โฆษณาแบบวิดีโอความละเอียดสูง ขนาด 16x9 ความยาว 46 วินาที พร้อมกับลิงก์ที่มีตัวเลือก CTA

โฆษณาคั่นระหว่างหน้า, วิดีโอที่มีรางวัลหลังชมจบ, โฆษณาเนทีฟ

VID_HD_16_9_15S_APP_INSTALL

โฆษณาแบบวิดีโอความละเอียดสูง ขนาด 16x9 ความยาว 15 วินาทีที่มีตัวเลือก CTA จำนวนการติดตั้งแอพ

โฆษณาคั่นระหว่างหน้า, วิดีโอที่มีรางวัลหลังชมจบ, โฆษณาเนทีฟ

VID_HD_16_9_15S_LINK

โฆษณาแบบวิดีโอความละเอียดสูง ขนาด 16x9 ความยาว 15 วินาที พร้อมกับลิงก์ที่มีตัวเลือก CTA

โฆษณาคั่นระหว่างหน้า, วิดีโอที่มีรางวัลหลังชมจบ, โฆษณาเนทีฟ

VID_HD_9_16_39S_APP_INSTALL

โฆษณาแบบวิดีโอความละเอียดสูง ขนาด 9x16 ความยาว 39 วินาทีที่มีตัวเลือก CTA จำนวนการติดตั้งแอพ

โฆษณาคั่นระหว่างหน้า, วิดีโอที่มีรางวัลหลังชมจบ, โฆษณาเนทีฟ

VID_HD_9_16_39S_LINK

โฆษณาแบบวิดีโอความละเอียดสูง ขนาด 9x16 ความยาว 39 วินาที พร้อมกับลิงก์ที่มีตัวเลือก CTA

โฆษณาคั่นระหว่างหน้า, วิดีโอที่มีรางวัลหลังชมจบ, โฆษณาเนทีฟ

IMG_16_9_APP_INSTALL

โฆษณาแบบภาพขนาด 16x9 ที่มีตัวเลือก CTA จำนวนการติดตั้งแอพ

แบนเนอร์ โฆษณาคั่น เนทีฟ

IMG_16_9_LINK

โฆษณาแบบภาพขนาด 16x9 พร้อมกับลิงก์ที่มีตัวเลือก CTA

แบนเนอร์ โฆษณาคั่น เนทีฟ

CAROUSEL_IMG_SQUARE_APP_INSTALL

โฆษณาแบบภาพสไลด์พร้อมกับภาพขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัสและตัวเลือก CTA ในการติดตั้งแอพ

โฆษณาคั่น เนทีฟ

CAROUSEL_IMG_SQUARE_LINK

โฆษณาแบบภาพสไลด์พร้อมกับภาพขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัสและลิงก์ที่มีตัวเลือก CTA

โฆษณาคั่น เนทีฟ

เมื่อทดสอบตำแหน่งการจัดวางโฆษณากับประเภทของโฆษณาทดสอบ โปรดใส่ใจกับ "รูปแบบโฆษณาที่รองรับ" ตัวอย่างเช่น หากคุณสร้าง "อินสแตนซ์วิดีโอที่มีรางวัลหลังชมจบ" เพื่อขอโฆษณาที่มีประเภทของโฆษณาทดสอบ IMG_16_9_APP_INSTALL ระบบจะแสดงข้อผิดพลาดในการแสดงผล

ตัวอย่างในการส่งคำขอโฆษณาทดสอบด้วยรหัสในอุปกรณ์ iOS

ตัวอย่างเช่น ในการส่งคำขอโฆษณาทดสอบแบบวิดีโอในอัตราส่วนกว้างยาว 9:16 และปุ่ม CTA จำนวนการติดตั้งแอพในแอพ iOS นั้น คุณต้องเริ่มต้นการทำงานของออบเจ็กต์FBNativeAdโดยการเพิ่มรหัสต่อไปนี้

[FBNativeAd *nativeAd = [[FBNativeAd alloc] initWithPlacementID:@"VID_HD_9_16_39S_APP_INSTALL#YOUR_PLACEMENT_ID"];

คุณสามารถเริ่มการทำงานของรหัสข้างต้นเพื่อส่งคำขอโฆษณาทดสอบในโปรเจ็กต์ NativeAdSample จากโฟลเดอร์ตัวอย่าง Audience Network SDK ได้

หรือหากคุณจำเป็นต้องส่งคำขอโฆษณาที่มีรูปแบบเนื้อหาแบบสุ่ม คุณจะเห็นข้อความแบบนี้แสดงอยู่ใน Logcat เมื่อทำการทดสอบในอุปกรณ์ Android ที่จับต้องได้

#ifdef DEBUG
[FBAdSettings setLogLevel:FBAdLogLevelLog];
[FBAdSettings addTestDevice:@"HASHED_ID"];
#endif

คุณจะเห็นข้อความบันทึกต่อไปนี้

[FBAudienceNetworkLog/FBAdSettings:94] 
When testing your app with Facebook ad units,  
you must specify the device hashed ID to ensure the delivery of test ads, 
add the following code before loading an ad: `[FBAdSettings addTestDevice:@"HASHED_ID"]`
Test mode device hash: bd675f960298a92003630d76fa612b1706b745ab

แทนที่ HASHED_ID ด้วยแฮชอุปกรณ์โหมดการทดสอบที่พิมพ์อยู่ในบันทึกข้างต้น

หากคุณทำการทดสอบเสร็จสิ้นแล้ว คุณควรจัดการกับการตั้งค่าอุปกรณ์ทดสอบด้วยการใช้บรรทัดโค้ดต่อไปนี้

[FBAdSettings clearTestDevice:[FBAdSettings testDeviceHash]]; 

ตัวอย่างในการส่งคำขอโฆษณาทดสอบด้วยรหัสในอุปกรณ์ Android

ในการส่งคำขอโฆษณาทดสอบแบบวิดีโอในอัตราส่วนกว้างยาว 9:16 และปุ่ม CTA จำนวนการติดตั้งแอพในแอพ Android นั้น คุณต้องเริ่มต้นการทำงานของออบเจ็กต์NativeAdโดยการเพิ่มรหัสต่อไปนี้

nativeAd = new NativeAd(this, "VID_HD_9_16_39S_APP_INSTALL#YOUR_PLACEMENT_ID");

หรือหากคุณจำเป็นต้องส่งคำขอโฆษณาที่มีรูปแบบเนื้อหาแบบสุ่ม คุณจะเห็นข้อความแบบนี้แสดงอยู่ใน Logcat เมื่อทำการทดสอบในอุปกรณ์ Android ที่จับต้องได้

บันทึก: แฮชอุปกรณ์โหมดการทดสอบ: HASHED_ID บันทึก: ขณะทำการทดสอบแอพด้วยหน่วยโฆษณาของ Facebook คุณจะต้องระบุ ID แฮชอุปกรณ์เพื่อการนำส่งโฆษณาทดสอบ ให้เพิ่มโค้ดต่อไปนี้ ก่อนโหลดโฆษณา: AdSettings.addTestDevice("HASHED ID");

คุณสามารถเปิดใช้งานโฆษณาทดสอบบนอุปกรณ์ได้โดยการเพิ่มบรรทัดโค้ดต่อไปนี้ก่อนโหลดโฆษณา

AdSettings.addTestDevice("HASHED ID");

หากคุณต้องการเพิ่มอุปกรณ์ทดสอบหลายเครื่อง เพียงสร้างรายการสตริงเพื่อเพิ่มก่อนจะโหลดโฆษณา ดังนี้

List<String> testDevices = new ArrayList<>();
testDevices.add("HASHED_ID_1");
testDevices.add("HASHED_ID_2");
AdSettings.addTestDevices(testDevices);

หากคุณทำการทดสอบเสร็จสิ้นแล้ว คุณควรจัดการกับการตั้งค่าอุปกรณ์ทดสอบด้วยการใช้บรรทัดโค้ดต่อไปนี้

AdSettings.clearTestDevices();

ตัวอย่างในการส่งคำขอโฆษณาทดสอบด้วยรหัสในแดชบอร์ดสื่อกลางโฆษณา

นอกจากการส่งคำขอโฆษณาทดสอบจากรหัสแล้ว คุณสามารถกำหนดค่า ID ตำแหน่งการจัดวางด้วยประเภทโฆษณาทดสอบจากแดชบอร์ดสื่อกลางโฆษณาหากแอพของคุณใช้งานสื่อกลางโฆษณา ตัวอย่างเช่น หากแอพใช้ MoPub คุณสามารถแก้ไขเครือข่าย Facebook และตั้งค่า ID ตำแหน่งการจัดวางสำหรับโฆษณาแบบเนทีฟให้เป็น VID_HD_9_16_39S_APP_INSTALL#YOUR_PLACEMENT_ID แอพของคุณจะได้รับโฆษณาวิดีโอแบบทดสอบในอัตราส่วน 9:16 และปุ่ม CTA นับจำนวนการติดตั้งแอพ



ขั้นตอนที่ 5: รายการตรวจสอบการผสานการทำงานของโฆษณา Audience Network

  1. ติดตั้งและเข้าสู่ระบบแอพ Facebook ในอุปกรณ์ที่ทดสอบ
  2. เพิ่มผู้ทดสอบโฆษณา Audience Network ไปยังบัญชีผู้ใช้ของคุณในตัวจัดการธุรกิจ
  3. ตรวจดูให้แน่ใจว่าคุณได้เริ่มต้นอินสแตนซ์ของโฆษณาด้วย ID ตำแหน่งการจัดวางจากตัวจัดการธุรกิจแล้ว โปรดดูที่ "ขั้นตอนเพื่อเริ่มต้นใช้งาน"
  4. ตรวจสอบว่าแอพส่งคำขอโฆษณาที่สร้างของ Audience Network ได้สำเร็จ ใช้รหัสข้อผิดพลาดของ Audience Network และ ตัวแก้ไขจุดบกพร่องการส่งคำขอของ Audience Network สำหรับการวินิจฉัย
  5. ตรวจสอบว่าแอพสามารถแสดงโฆษณาให้ผู้ใช้เห็นได้ทั้งหมดและชัดเจน
  6. ตรวจสอบประสบการณ์ผู้ใช้ของการผสานการทำงานของโฆษณาโดยใช้โฆษณาทดสอบ โปรดตรวจสอบว่าส่วนย่อยของโค้ดโฆษณาทดสอบได้ถูกลบออกก่อนที่จะเปิดใช้ใน App Store มิเช่นนั้น แอพการผลิตจะแสดงเฉพาะโฆษณาทดสอบเท่านั้น

การใช้อุปกรณ์ทดสอบ

หากทีมของคุณใช้อุปกรณ์ทดสอบที่กำหนดไว้สำหรับทดสอบการผสานการทำงาน Audience Network คุณจะพบว่าฟีเจอร์อุปกรณ์ทดสอบมีประโยชน์ต่อกระบวนการทดสอบ เมื่อต้องการใช้ฟีเจอร์ดังกล่าว

  1. โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าสู่ระบบตัวจัดการธุรกิจในฐานะผู้ดูแล
  2. ไปที่หน้าภาพรวมธุรกิจในตัวจัดการการสร้างรายได้
  3. คลิกเมนูดร็อปดาวน์การตั้งค่าการสร้างรายได้ที่มุมขวาบน
  4. คลิก test device settings เพื่อไปที่หน้าการตั้งค่าอุปกรณ์ทดสอบ

คุณจะเห็นหน้าต่อไปนี้

ในหน้านี้ คุณสามารถเพิ่มรายการอุปกรณ์เข้าไปในกลุ่มอุปกรณ์ทดสอบและกำหนดค่าการตั้งค่าของอุปกรณ์เหล่านั้นได้ มีสองตัวเลือกดังนี้

  • Testing enabled: ปุ่มสลับนี้จะเปิดใช้งานกลุ่มอุปกรณ์ทดสอบ หากปิดอยู่ การตั้งค่าอุปกรณ์ทดสอบทั้งหมดจะไม่มีผลและระบบโฆษณาจะมองว่าอุปกรณ์ทดสอบคืออุปกรณ์ของผู้ใช้ตามปกติ
  • Use real advertiser content: ตัวเลือกนี้ช่วยให้คุณเห็นโฆษณา Audience Network จริงขณะทดสอบบนอุปกรณ์ทดสอบ แต่คุณจะไม่ได้สร้างรายได้จากอิมเพรสชั่นหรือการคลิก ระบบจะสุ่มตัวอย่างรายการโฆษณาที่มีประเภทชิ้นงานโฆษณาต่างๆ (ได้แก่ วิดีโอ รูปแบบ ภาพสไลด์) หรือแม้แต่สถานที่ต่างๆ เพื่อให้คุณเห็นหน้าตาของโฆษณาจริงในการผสานการทำงาน

เมื่อต้องการเพิ่มอุปกรณ์เข้าไปในรายการอุปกรณ์ทดสอบ คุณสามารถใช้อินพุตที่ระบุด้วยตนเองหรือจะทำตามเทมเพลต CSV เพื่ออัพโหลดหลายอุปกรณ์พร้อมกันก็ได้

การระบุที่เราใช้กับอุปกรณ์ทดสอบคือ Identifier for Advertising (IDFA) for iOS devices และ Google Advertising ID (AAID) for Android devices ชื่ออุปกรณ์มีไว้ใช้ในการอ้างอิง การค้นหา ID เหล่านี้สำหรับอุปกรณ์มือถือมีหลายวิธี ดังนี้

  • ใช้ยูทิลิตีที่แสดง IDFA หรือ AAID ที่คุณหาได้จาก Play Store หรือ App Store
  • ใช้ API ดึงข้อมูล ID เหล่านี้บน Android หรือ iOS
  • บนอุปกรณ์ Android ส่วนใหญ่ คุณสามารถไปที่ Settings -> Google -> Ads เพื่อดู AAID ที่แสดงได้

หลังจากเพิ่มอุปกรณ์เข้าไปในรายการและเปิดใช้งานการทดสอบสำหรับรายการอุปกรณ์ทดสอบแล้ว เมื่อส่งคำขอโฆษณาจากอุปกรณ์ทดสอบ เราจะส่งกลับโฆษณาทดสอบที่สอดคล้องกันเพื่อให้คุณทดสอบการผสานการทำงานได้