การทดสอบการนำ Audience Network ไปใช้

ขณะคุณทำการผสานการทำงาน Facebook Audience Network เข้ากับเว็บไซต์บนมือถือหรือแอพของคุณ คุณควรทดสอบการนำไปใช้กับอุปกรณ์จริงที่มีการแสดงโฆษณาจริงก่อนนำไปสู่การผลิต โปรดตรวจสอบว่าใช้ SDK ของ Audience Network เวอร์ชั่นล่าสุดในการผสานการทำงานเพื่อรวมการแก้ไขจุดบกพร่องและการปรับปรุงล่าสุด ส่วนต่อไปนี้จะให้แนวทางเกี่ยวกับการทดสอบแอพและเว็บไซต์ของคุณ

ขณะใช้งานบนโปรแกรมจำลอง iOS หรือ Android โฆษณาทดสอบสามารถแสดงได้โดยการเปิดใช้งานโหมดการทดสอบและระบุ ID แฮชของอุปกรณ์ ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนแรกที่จะช่วยให้คุณสามารถทดสอบการนำไปใช้งานได้อย่างดี เราแนะนำให้ทดสอบกับอุปกรณ์จริงที่มีการแสดงโฆษณาจริงตามแนวทางด้านล่าง

1. การทดสอบกับโฆษณาจริง

2. รหัสข้อผิดพลาดของคำขอโฆษณาจริง

3. การทดสอบกับโฆษณาทดสอบ

การทดสอบคำขอด้วยตัวแก้ไขจุดบกพร่องการส่งคำขอของ Audience Network

หลังจากที่ใช้ตำแหน่งการจัดวางในแอพของคุณแล้ว คุณจะสามารถใช้เครื่องมือตัวแก้ไขจุดบกพร่องในการส่งคำขอของ Audience Network เพื่อตรวจสอบยืนยันว่า Facebook กำลังได้รับคำขอจากแอพของคุณ

ในส่วน “Audience Network” ของแดชบอร์ดผู้พัฒนา: https://developers.facebook.com/apps/<your_app_id>/audience-network/

ไปที่ส่วน “แอพ” ทางบานหน้าต่างด้านซ้ายใต้ “Audience Network” และเลื่อนลงมาดู “ตัวแก้ไขจุดบกพร่องในการส่งคำขอของ Audience Network” คลิกที่ปุ่ม Start และเครื่องมือจะเริ่มตรวจสอบคำขอจากแอพของคุณด้วยตนเอง

สำหรับอุปกรณ์ทดสอบ iOS หรือ Android ตามจริงของคุณ iOS หรือ Android จะเคลื่อนย้ายในแอพของคุณเพื่อกระตุ้นให้เกิดตำแหน่งการจัดวางโฆษณาของ Audience Network และคำขอโฆษณาจะแสดงในเครื่องมือ โปรดตรวจสอบยืนยันว่าได้มีการส่งคำขอดังกล่าวพร้อมกับ ID ตำแหน่งการจัดวาง ชื่อแพ็คเกจชุดรวมที่ถูกต้อง และอื่นๆ

การดำเนินการนี้จะกำหนดให้ใช้อุปกรณ์ทางกายภาพและจะไม่ทำงานกับโปรแกรมจำลอง iOS หรือ Android

คุณจะต้องเข้าสู่ระบบแอพ Facebook ด้วยอุปกรณ์ทดสอบเดียวกันที่คุณใช้เพื่อให้เครื่องมือนี้สังเกตการณ์

หากคำขอโฆษณาดังกล่าวไม่แสดงในเครื่องมือนี้ หมายความว่า Facebook ยังไม่ได้รับคำขอตามที่คาดหวัง คุณสามารถตรวจสอบรายการต่อไปนี้เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องได้

  1. ตรวจสอบว่าคุณใช้งานอุปกรณ์ทางกายภาพ ซึ่งไม่ใช่โปรแกรมจำลอง
  2. ตรวจสอบว่ามีการติดตั้งแอพ Facebook บนอุปกรณ์ทดสอบของคุณ
  3. ตรวจสอบว่าคุณเข้าสู่ระบบ Facebook บนอุปกรณ์ทดสอบด้วยผู้ใช้ที่เป็นผู้ดูแล ผู้พัฒนา หรือผู้ทดสอบบนแอพ Facebook Audience Network
  4. หากมีการใช้สื่อกลางโฆษณา ตรวจสอบว่าชั้นสื่อกลางโฆษณากำลังส่งคำขอไปยัง Facebook Audience Network

การทดสอบกับโฆษณาจริง

การทดสอบกับโฆษณาจริงมีสองขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือการเพิ่มผู้ทดสอบในการตั้งค่าแอพของคุณเพื่อให้เห็นโฆษณาจริงก่อนจะอนุมัติแอพ ขั้นตอนที่สองเป็นขั้นตอนเพื่อให้ผู้ทดสอบได้ใช้แอพหรือเว็บไซต์บนมือถือของคุณขณะเข้าสู่ระบบ Facebook นี่คือรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีทำทั้งสองขั้นตอน

การเพิ่มผู้ทดสอบในแอพของคุณ

คุณสามารถทดสอบแอพหรือเว็บไซต์บนมือถือของคุณบนอุปกรณ์จริงที่มีการแสดงโฆษณาจริงได้โดยตรวจสอบว่าได้เพิ่มผู้ที่จะทำการทดสอบในบทบาทใดก็ได้ในแอพ Facebook ของคุณ นี่คือวิธีการที่แนะนำในการเพิ่มผู้ทดสอบในแอพของคุณ

  1. ไปที่ “แดชบอร์ดของแอพของคุณ” แล้วคลิกที่แท็บ “บทบาท” ทางด้านซ้าย
  2. ในส่วน “ผู้ทดสอบ” ให้คลิกปุ่ม “เพิ่มผู้ทดสอบ” ผู้ใช้ยังสามารถอยู่ในบทบาทผู้ดูแลหรือผู้พัฒนาได้อีกด้วย เราแนะนำบทบาทผู้ทดสอบสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการทดสอบแอพหรือเว็บไซต์แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ดูการตั้งค่าบน Facebook
  3. พิมพ์ชื่อ fbid หรือชื่อผู้ใช้ของบุคคลที่คุณต้องการเพิ่มเป็นผู้ทดสอบแล้วคลิก “ส่ง” คุณสามารถป้อนได้หลายบุคคล
  4. ตอนนี้คุณควรจะเห็นผู้ที่คุณป้อนให้เป็นผู้ทดสอบได้แล้ว

หากคุณใช้ชั้นสื่อกลางโฆษณา โปรดตรวจสอบว่าสื่อกลางโฆษณานั้นกำลังส่งคำขอไปยัง Audience network หากคุณเปิดใช้งานการทดสอบในชั้นสื่อกลางโฆษณา อาจไม่มีการส่งคำขอใดๆ ไปยังเซิร์ฟเวอร์

การทดสอบแอพบนมือถือ

  1. แจกแอพให้กับอุปกรณ์ของผู้ทดสอบของคุณโดยใช้วิธีการแจกที่คุณต้องการ
  2. ผู้ทดสอบแต่ละรายที่คุณเพิ่มจะต้องติดตั้งแอพ Facebook ไว้บนอุปกรณ์ของตนและเข้าสู่ระบบโดยใช้ ID ผู้ใช้ Facebook ที่คุณเพิ่มในบทบาทผู้ทดสอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการเนื่องจาก Facebook จำเป็นต้องระบุได้ว่าผู้ใช้นั้นเป็นผู้ทดสอบแอพในการแสดงโฆษณาไม่ว่าแอพจะอยู่ในสถานะการตรวจพิจารณาใดก็ตาม
  3. ตอนนี้ผู้ทดสอบจะสามารถเปิดใช้งานแอพของคุณและทำขั้นตอนที่จำเป็นในการทริกเกอร์ตำแหน่งการจัดวางที่คุณต้องการทดสอบได้แล้ว ผู้ทดสอบควรจะเห็นโฆษณาจริง

ขณะทำการทดสอบตำแหน่งการจัดวางโฆษณาของคุณ Facebook จะไม่แสดงโฆษณาต่อคำขอประมาณ 20% เพื่อให้คุณสามารถทดสอบการทำงานของแอพหรือเว็บไซต์บนมือถือในกรณีที่ไม่มีการแสดงโฆษณา

รหัสข้อผิดพลาดของคำขอโฆษณาจริง

ขณะทำการทดสอบการนำ Facebook Audience Network ไปใช้ คุณอาจพบรหัสข้อผิดพลาดหลายรหัสขณะส่งคำขอ รหัสข้อผิดพลาดเหล่านี้จะระบุไว้ด้านล่าง

1000 - Network Error

การตอบสนองเซิร์ฟเวอร์ เอกสารประกอบ SDK

Code=1000 “Network Error"

  • Error 1000 - Network Error. Audience Network SDK ไม่สามารถเข้าถึง facebook.com (http://facebook.com/) ได้
  • แอพพลิเคชั่นของคุณควรพยายามส่งคำขออีกครั้งจนกว่าจะสามารถเข้าถึงเครือข่ายได้ เราแนะนำให้ส่งคำขอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะเชื่อมต่อใหม่หรือคุณแจ้งว่าหมดเวลา

1001 - No Fill

ข้อผิดพลาดนี้เป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยขณะทำการทดสอบและจะเกี่ยวข้องกับการตอบสนอง “ไม่แสดงโฆษณา” เหตุผลที่พบบ่อยที่สุดในกรณีนี้คือผู้ใช้ไม่ได้เข้าสู่ระบบแอพ Facebook ขณะทำการทดสอบแอพบนมือถือของคุณ หรือไม่ได้เข้าสู่ระบบเว็บไซต์ Facebook บนมือถือขณะทำการทดสอบเว็บไซต์บนมือถือของคุณ

การตอบสนองเซิร์ฟเวอร์ เอกสารประกอบ SDK

Code=1001 “No Fill”

  • Error 1001 - No Fill. อาจมาจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งต่อไปนี้
  • ผู้ใช้ไม่ได้เข้าสู่ระบบ Facebook แบบเนทีฟบนอุปกรณ์มือถือ
  • การติดตามการจำกัดโฆษณาเปิดอยู่ (iOS)
  • ไม่เปิดรับโฆษณาตามความสนใจ (Android)
  • ไม่มีคลังโฆษณาสำหรับผู้ใช้ปัจจุบัน
  • อุปกรณ์ทดสอบของคุณต้องติดตั้งแอพพลิเคชั่น Facebook แบบเนทีฟไว้
  • แอพพลิเคชั่นของคุณควรพยายามส่งคำขออีกครั้งหลัง 30 วินาทีผ่านไป

1002 - Ad Load Too Frequently

การตอบสนองเซิร์ฟเวอร์ เอกสารประกอบ SDK

Code=1002 “Load Too Frequently”

  • คำขอโฆษณาจะขึ้นอยู่กับสิ่งต่อไปนี้รวมๆ กัน
  • ID อุปกรณ์
  • ID ตำแหน่งการจัดวาง
  • รูปแบบที่แสดง (แบนเนอร์ โฆษณาคั่น เนทีฟ)
  • แอพพลิเคชั่นของคุณควรพยายามส่งคำขออีกครั้งหลัง 30 นาทีผ่านไป และเรายังแนะนำให้ปรับอัตรารีเฟรชหรืออัตราคำขอด้วย

1203 - Not An App Admin, Developer or Tester

การตอบสนองเซิร์ฟเวอร์ เอกสารประกอบ SDK

Code=1203 “Not An App Admin, Developer or Tester”

  • คำขอเริ่มแรมจากชุดรวมต้องมาจากผู้ดูแลแอพ ผู้พัฒนา หรือผู้ทดสอบ

2000 - Server Error

การตอบสนองเซิร์ฟเวอร์ เอกสารประกอบ SDK

Code=2000 “Server Error"

  • Error 2000 - Server Error สาเหตุอาจมาจาก:
  • ID ตำแหน่งการจัดวางไม่ถูกต้อง - แต่ละตำแหน่งการจัดวางและประเภทจะมี ID ที่ไม่ซ้ำกัน
  • SDK ในเวอร์ชั่นที่ไม่สนับสนุนหรือล้าสมัย - โปรดดาวน์โหลดหรืออัพเดต Pod ของคุณเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดโดยใช้ Cocoa Pods
  • การเรียก/การใช้วิธีการ loadAd ที่ไม่เหมาะสม เราแนะนำให้วางจุดหยุดบน loadAd และวิธีการ/การเรียกใดๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • แอพพลิเคชั่นของคุณควรพยายามส่งคำขออีกครั้งหลัง 30 วินาทีผ่านไป

2001 - Internal Error

การตอบสนองเซิร์ฟเวอร์ เอกสารประกอบ SDK

Code=2001 “Internal Error”

  • Error 2001 - Internal Error Audience Network SDK ไม่สามารถดำเนินการตอบสนองจาก facebook.com ได้
  • แอพพลิเคชั่นของคุณควรพยายามส่งคำขออีกครั้งหลัง 30 วินาทีผ่านไป
  • หากปัญหานี้เกิดขึ้นตลอด โปรดกรอกรายงานจุดบกพร่องให้เรา

การทดสอบกับโฆษณาทดสอบ

คุณควรตรวจสอบว่าผู้ใช้ที่ทำการทดสอบแอพของคุณนั้นถูกเพิ่มบทบาทในแดชบอร์ดของแอพของคุณบน Facebook แล้ว วิธีการนี้เป็นวิธีการทดสอบที่แนะนำเนื่องจากคุณจะสามารถเห็นโฆษณาจริงบนอุปกรณ์จริงได้ โปรดดูส่วนการทดสอบด้วยโฆษณาจริงสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทดสอบที่แนะนำ

อย่างไรก็ตาม ตามที่ได้ระบุไว้ในส่วนก่อนหน้า คุณอาจทราบว่าจะไม่สามารถทดสอบรูปแบบโฆษณาจริงด้วยมุมมอง UI ของแอพคุณได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ คุณไม่สามารถรับประกันได้ว่าโฆษณาที่ได้รับจากแอพของคุณจะเป็นแบบโฆษณาแบบรูปภาพ โฆษณาแบบวิดีโอ หรือโฆษณาแบบภาพสไลด์ การขอโฆษณาจริงไม่ได้รับประกันเนื้อหาและรูปแบบของโฆษณาที่ได้รับคืนมา จะทำอย่างไรหากคุณต้องการทดสอบด้วยโฆษณาที่มีเนื้อหาวิดีโอในแนวตั้งเพื่อให้มั่นใจว่ารูปแบบนั้นถูกต้องตรงกับมุมมอง UI ของแอพคุณ

เพื่อส่งคำขอทดสอบโฆษณา คุณจะต้องใช้ประเภทโฆษณาทดสอบต่อไปนี้เพื่อเชื่อมต่อไอดีของตำแหน่งการจัดวางด้วย ‘#’ เมื่อเริ่มต้นดำเนินการรายการโฆษณาบน Facebook ใดๆ ID ตำแหน่งการจัดวางสำหรับการส่งคำขอโฆษณาทดสอบคือ TEST_AD_TYPE#YOUR_PLACEMENT_ID

ตารางประเภทโฆษณาทดสอบ

ประเภทโฆษณาทดสอบ คำอธิบาย รูปแบบโฆษณาที่สนับสนุน

IMG_16_9_APP_INSTALL

โฆษณาแบบภาพขนาด 16x9 ที่มีตัวเลือก CTA จำนวนการติดตั้งแอพ

แบนเนอร์ โฆษณาคั่น เนทีฟ

IMG_16_9_LINK

โฆษณาแบบภาพขนาด 16x9 พร้อมกับลิงก์ที่มีตัวเลือก CTA

แบนเนอร์ โฆษณาคั่น เนทีฟ

VID_HD_16_9_46S_APP_INSTALL

โฆษณาแบบวิดีโอความละเอียดสูง ขนาด 16x9 ความยาว 46 วินาทีที่มีตัวเลือก CTA จำนวนการติดตั้งแอพ

โฆษณาคั่น เนทีฟ

VID_HD_16_9_46S_LINK

โฆษณาแบบวิดีโอความละเอียดสูง ขนาด 16x9 ความยาว 46 วินาที พร้อมกับลิงก์ที่มีตัวเลือก CTA

โฆษณาคั่น เนทีฟ

VID_HD_16_9_15S_APP_INSTALL

โฆษณาแบบวิดีโอความละเอียดสูง ขนาด 16x9 ความยาว 15 วินาทีที่มีตัวเลือก CTA จำนวนการติดตั้งแอพ

โฆษณาคั่น เนทีฟ

VID_HD_16_9_15S_LINK

โฆษณาแบบวิดีโอความละเอียดสูง ขนาด 16x9 ความยาว 15 วินาที พร้อมกับลิงก์ที่มีตัวเลือก CTA

โฆษณาคั่น เนทีฟ

VID_HD_9_16_39S_APP_INSTALL

โฆษณาแบบวิดีโอความละเอียดสูง ขนาด 9x16 ความยาว 39 วินาทีที่มีตัวเลือก CTA จำนวนการติดตั้งแอพ

โฆษณาคั่น เนทีฟ

VID_HD_9_16_39S_LINK

โฆษณาแบบวิดีโอความละเอียดสูง ขนาด 9x16 ความยาว 39 วินาที พร้อมกับลิงก์ที่มีตัวเลือก CTA

โฆษณาคั่น เนทีฟ

CAROUSEL_IMG_SQUARE_APP_INSTALL

โฆษณาแบบภาพสไลด์พร้อมกับภาพขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัสและจำนวนตัวเลือก CTA จำนวนการติดตั้ง

โฆษณาคั่น เนทีฟ

CAROUSEL_IMG_SQUARE_LINK

โฆษณาแบบภาพสไลด์พร้อมกับภาพขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัสและลิงก์ที่มีตัวเลือก CTA

โฆษณาคั่น เนทีฟ

ตัวอย่างในการส่งคำขอโฆษณาทดสอบด้วยรหัสในอุปกรณ์ iOS

หากใช้ “Testflight” เพื่อแจกจ่ายและทดสอบแอพของคุณ คุณจะไม่สามารถดูโฆษณาจริงจากการสร้างการทดสอบนั้นได้ แต่คุณจะต้องทำการตั้งค่าโหมดทดสอบตามที่แสดงด้านล่างนี้ เพื่อให้สามารถได้รับโฆษณาจาก Audience Network ในแต่ละครั้งที่ Testflight -แอพสำหรับแจกจ่ายได้ขอตัวระบุสำหรับผู้ลงโฆษณา (IDFA), ระบบจะได้รับ IDFA ที่แตกต่างกันไป โดยปกติแล้ว IDFA จะคงที่เสมอสำหรับอุปกรณ์ จนกว่าผู้ใช้จะรีเซ็ตด้วยตนเอง ซึ่งหาก Testflight ขอ IDFA จากระบบปฏิบัติการ ระบบจะไม่ได้รับ IDFA “จริง” แต่จะได้รับ IDFA “จำลอง” ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่แอพขอไป

วิธีแก้ปัญหานี้ คุณสามารถเปิดโหมดทดสอบเพื่อให้โฆษณาทดสอบสามารถแสดงได้

ตัวอย่าง ในการส่งคำขอโฆษณาทดสอบแบบวิดีโอในอัตราส่วนกว้างยาว 9:16 และปุ่ม CTA จำนวนการติดตั้งแอพในแอพ iOS ของคุณนั้น คุณต้องเริ่มต้นการทำงานของออบเจ็กต์FBNativeAdโดยการเพิ่มรหัสต่อไปนี้

[FBNativeAd *nativeAd = [[FBNativeAd alloc] initWithPlacementID:@"VID_HD_9_16_39S_APP_INSTALL#YOUR_PLACEMENT_ID"];

คุณสามารถเริ่มการทำงานของรหัสข้างต้นเพื่อส่งคำขอโฆษณาทดสอบในโปรเจ็กต์ NativeAdSample จากโฟลเดอร์ตัวอย่าง Audience Network SDK ได้

ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณจำเป็นต้องส่งคำขอโฆษณาทดสอบด้วยรูปแบบเนื้อหาแบบสุ่ม คุณสามารเพิ่มรหัสต่อไปนี้ก่อนการโหลดคำขอโฆษณา

#ifdef DEBUG
[FBAdSettings setLogLevel:FBAdLogLevelLog];
[FBAdSettings addTestDevice:@"HASHED_ID"];
#endif

คุณจะเห็นข้อความบันทึกต่อไปนี้

[FBAudienceNetworkLog/FBAdSettings:94] 
When testing your app with Facebook ad units,  
you must specify the device hashed ID to ensure the delivery of test ads, 
add the following code before loading an ad: `[FBAdSettings addTestDevice:@"HASHED_ID"]`
Test mode device hash: bd675f960298a92003630d76fa612b1706b745ab

แทนที่ HASHED_ID ด้วยแฮชอุปกรณ์โหมดการทดสอบที่พิมพ์อยู่ในบันทึกข้างต้น

คุณไม่ควรส่งแอพของคุณไปยังสาธารณะด้วยโค้ดทดสอบข้างต้น เนื่องจากอาจทำให้มีเฉพาะโฆษณาทดสอบปรากฏขึ้นเท่านั้น คุณควรใช้มาโครโปรเซสเซอร์ เช่น DEBUG หรือ TESTING แทน แล้วจึงใช้ #ifdef เพื่อแยกการสร้างเพื่อทดสอบออกจากการสร้างเพื่อเปิดตัว

หากคุณทำการทดสอบเสร็จสิ้นแล้ว คุณควรจัดการกับการตั้งค่าอุปกรณ์ทดสอบด้วยการใช้บรรทัดโค้ดต่อไปนี้

[FBAdSettings clearTestDevice:[FBAdSettings testDeviceHash]]; 

ตัวอย่างในการส่งคำขอโฆษณาทดสอบด้วยรหัสในอุปกรณ์ Android

ในการส่งคำขอโฆษณาทดสอบแบบวิดีโอในอัตราส่วนกว้างยาว 9:16 และปุ่ม CTA จำนวนการติดตั้งแอพในแอพ Android ของคุณนั้น คุณต้องเริ่มต้นการทำงานของออบเจ็กต์NativeAdโดยการเพิ่มรหัสต่อไปนี้

nativeAd = new NativeAd(this, "VID_HD_9_16_39S_APP_INSTALL#YOUR_PLACEMENT_ID");

ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณจำเป็นต้องส่งคำขอโฆษณาที่มีรูปแบบเนื้อหาแบบสุ่ม คุณจะเห็นข้อความแบบนี้แสดงอยู่ใน Logcat เมื่อทำการทดสอบในอุปกรณ์ Android จริงๆ

บันทึก: แฮชอุปกรณ์โหมดการทดสอบ: HASHED_ID บันทึก: ขณะทำการทดสอบแอพของคุณด้วยหน่วยโฆษณาของ Facebook คุณจะต้องระบุ ID แฮชอุปกรณ์เพื่อการนำส่งโฆษณาทดสอบ ให้เพิ่มโค้ดต่อไปนี้ ก่อนโหลดโฆษณา: AdSettings.addTestDevice("HASHED ID");

คุณสามารถเปิดใช้งานโฆษณาทดสอบบนอุปกรณ์ได้โดยการเพิ่มบรรทัดโค้ดต่อไปนี้ก่อนโหลดโฆษณา

AdSettings.addTestDevice("HASHED ID");

หากคุณต้องการเพิ่มอุปกรณ์ทดสอบหลายเครื่อง เพียงสร้างรายการสตริงเพื่อเพิ่มก่อนจะโหลดโฆษณา:

List<String> testDevices = new ArrayList<>();
testDevices.add("HASHED_ID_1");
testDevices.add("HASHED_ID_2");
AdSettings.addTestDevices(testDevices);

หากคุณทำการทดสอบเสร็จสิ้นแล้ว คุณควรจัดการกับการตั้งค่าอุปกรณ์ทดสอบด้วยการใช้บรรทัดโค้ดต่อไปนี้

AdSettings.clearTestDevices();

ตัวอย่างในการส่งคำขอโฆษณาทดสอบด้วยรหัสในแดชบอร์ดสื่อกลางโฆษณา

เพิ่มเติมในการส่งคำขอโฆษณาทดสอบจากรหัส คุณสามารถกำหนดค่ารหัสตำแหน่งการจัดวางด้วยประเภทโฆษณาทดสอบจากแดชบอร์ดสื่อกลางโฆษณาของคุณหากแอพของคุณใช้งานสื่อกลางโฆษณา ตัวอย่างเช่น หากแอพของคุณใช้ MoPub คุณสามารถแก้ไขเครือข่าย Facebook และตั้งค่ารหัสตำแหน่งการจัดวางสำหรับโฆษณาแบบเนทีฟให้เป็น VID_HD_9_16_39S_APP_INSTALL#YOUR_PLACEMENT_ID แอพของคุณจะได้รัยโฆษณาวิดีโอแบบทดสอบในอัตราส่วน 9:16 และปุ่ม CTA นับตำนวนการติดตั้งแอพ